ลาป่วย ลาได้เท่าที่ป่วยจริง ได้ค่าจ้างสูงสุด 30 วันทำงานต่อปี
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี หากลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิขอให้แสดงใบรับรองแพทย์ประกอบได้
ลากิจ อย่างน้อย 3 วันทำงานต่อปี
ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปีโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ
ลาพักร้อน อย่างน้อย 6 วันทำงานต่อปี เมื่อทำงานครบ 1 ปี
ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วันทำงานโดยได้รับค่าจ้าง สำหรับลูกจ้างที่ยังทำงานไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนตามสัดส่วนที่ทำงานจริงให้ได้ นอกจากนี้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนไปรวมหยุดในปีอื่นได้เช่นกัน
สิทธิการลาอื่นที่ควรรู้
- ลาคลอด ลาได้ครรภ์ละไม่เกิน 98 วัน โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 45 วัน ส่วนที่เหลือเบิกจากประกันสังคม
- ลาเพื่อรับราชการทหาร (ลาเกณฑ์ทหาร) ได้รับค่าจ้างระหว่างลาไม่เกิน 60 วันต่อปี
- ลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาฝีมือแรงงานตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
สิทธิเหล่านี้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย บริษัทบางแห่งอาจให้สิทธิมากกว่านี้ตามข้อบังคับการทำงานภายใน ควรตรวจสอบข้อบังคับของบริษัทตัวเองประกอบด้วยเสมอ
ตารางสรุปสิทธิลาทุกประเภทในหน้าเดียว
สิทธิการลาแต่ละแบบกระจายอยู่คนละหัวข้อข้างต้น รวมเป็นตารางเดียวเพื่อให้เห็นภาพรวมและเทียบกันได้ง่ายขึ้นว่าลาแบบไหนได้กี่วัน ได้ค่าจ้างแค่ไหน และต้องทำงานมานานเท่าไรถึงมีสิทธิ
| ประเภทการลา | สิทธิขั้นต่ำตามกฎหมาย | ค่าจ้างระหว่างลา | เงื่อนไขอายุงาน |
|---|---|---|---|
| ลาป่วย | ลาได้เท่าที่ป่วยจริง ไม่มีเพดานวัน | จ่ายสูงสุด 30 วันทำงาน/ปี | ไม่มี มีสิทธิตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน |
| ลากิจ | อย่างน้อย 3 วันทำงาน/ปี | จ่ายเต็มตามปกติ | ไม่มี มีสิทธิตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน |
| ลาพักร้อน | อย่างน้อย 6 วันทำงาน/ปี | จ่ายเต็มตามปกติ | ต้องทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี |
| ลาคลอด | ไม่เกิน 98 วันต่อครรภ์ | นายจ้างจ่ายไม่เกิน 45 วัน ส่วนที่เหลือเบิกประกันสังคม | ไม่มีเงื่อนไขอายุงานจากนายจ้าง |
| ลาเกณฑ์ทหาร | ตามระยะเวลาที่ราชการเรียก | จ่ายไม่เกิน 60 วัน/ปี | ไม่ระบุ |
| ลาฝึกอบรม/พัฒนาฝีมือแรงงาน | ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด | ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด | ไม่ระบุ |
สังเกตว่าลาป่วยกับลากิจเป็นสิทธิที่ได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ต่างจากลาพักร้อนที่ต้องรอครบ 1 ปีก่อน และลาคลอดเป็นประเภทเดียวที่ภาระค่าจ้างแบ่งกันระหว่างนายจ้างกับประกันสังคม ไม่ได้จ่ายเต็มจำนวนจากนายจ้างฝ่ายเดียวเหมือนลาประเภทอื่น ควรเช็กข้อบังคับการทำงานของบริษัทตัวเองประกอบเสมอ เพราะหลายบริษัทให้สิทธิมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำในตารางนี้
ตัวอย่างการคำนวณวันลาสะสมของพนักงานใหม่
สมมติเริ่มงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เมื่อทำงานครบ 1 ปีคือวันที่ 1 กรกฎาคม 2570 จึงเริ่มมีสิทธิลาพักร้อนอย่างน้อย 6 วันทำงานตามกฎหมาย ระหว่างปีแรกที่ยังทำงานไม่ครบ 1 ปี นายจ้างอาจกำหนดให้สิทธิลาพักร้อนตามสัดส่วนที่ทำงานจริง เช่น หากทำงานมาแล้ว 6 เดือนอาจได้สิทธิลาพักร้อนตามสัดส่วนประมาณ 3 วัน ขึ้นกับนโยบายแต่ละบริษัท ในขณะเดียวกัน สิทธิลาป่วยและลากิจไม่มีเงื่อนไขเรื่องอายุงานขั้นต่ำ พนักงานใหม่มีสิทธิลาป่วยเท่าที่ป่วยจริง (จ่ายค่าจ้างสูงสุด 30 วันทำงานต่อปี) และลากิจอย่างน้อย 3 วันทำงานต่อปีได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ตัวอย่างข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นหลักการคำนวณเท่านั้น เงื่อนไขจริงของแต่ละบริษัทอาจให้สิทธิมากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อบังคับการทำงานของบริษัทตัวเองประกอบเสมอ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องสิทธิการลา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่าต้องทำงานครบ 1 ปีก่อนถึงจะมีสิทธิลาป่วยหรือลากิจ ทั้งที่สิทธิ์เหล่านี้มีผลตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน ต่างจากลาพักร้อนที่ต้องทำงานครบ 1 ปีก่อน อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าลาป่วยได้สูงสุด 30 วันต่อปีเท่านั้น ทั้งที่ความจริงลาได้เท่าที่ป่วยจริงโดยไม่มีเพดานจำนวนวัน เพียงแต่นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้สูงสุดไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปีเท่านั้น หลายคนไม่รู้ว่าลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างมีสิทธิขอใบรับรองแพทย์ประกอบได้ ทำให้ไม่เตรียมเอกสารและอาจถูกนับเป็นขาดงานแทน และบางคนไม่ทราบว่าสิทธิการลาตามกฎหมายเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเท่านั้น บริษัทหลายแห่งให้สิทธิมากกว่านี้ในข้อบังคับการทำงาน จึงควรตรวจสอบสิทธิจริงจากบริษัทของตัวเองแทนที่จะยึดตามตัวเลขขั้นต่ำในกฎหมายเพียงอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: ลาพักร้อนที่ไม่ได้ใช้ในปีนั้น สะสมไปปีถัดไปได้ไหม
คำตอบ: ขึ้นกับข้อตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง กฎหมายเปิดให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนไปรวมในปีถัดไปได้ แต่หากไม่มีข้อตกลงเช่นนี้ นายจ้างมีสิทธิกำหนดให้วันลาพักร้อนที่ไม่ได้ใช้หมดอายุไปเมื่อสิ้นปีได้เช่นกัน ควรตรวจสอบข้อบังคับการทำงานของบริษัทให้ชัดเจน
คำถาม: ลาออกก่อนใช้วันลาพักร้อนที่มีอยู่ครบ ได้รับเงินชดเชยไหม
คำตอบ: กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างยังไม่ได้ใช้และมีสิทธิได้รับในปีที่เลิกจ้างหรือลาออก คำนวณตามสัดส่วนวันลาคงเหลือ ควรตรวจสอบยอดวันลาคงเหลือกับฝ่ายบุคคลก่อนวันสุดท้ายของการทำงาน
คำถาม: ลาป่วยติดต่อกันหลายวันจนเกิน 30 วันทำงานต่อปี ได้รับค่าจ้างส่วนที่เกินไหม
คำตอบ: กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยสูงสุดไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปีเท่านั้น หากป่วยเกินกว่านั้น ลูกจ้างยังมีสิทธิลาต่อได้แต่จะไม่ได้รับค่าจ้างในส่วนที่เกิน เว้นแต่นโยบายบริษัทจะให้มากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมาย
คำถาม: พนักงานพาร์ทไทม์หรือสัญญาจ้างชั่วคราว มีสิทธิลาเหมือนพนักงานประจำไหม
คำตอบ: โดยหลักการพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ความคุ้มครองลูกจ้างทุกประเภทรวมถึงพนักงานพาร์ทไทม์และสัญญาจ้างชั่วคราว แต่สิทธิบางอย่าง เช่น ลาพักร้อน อาจคำนวณตามสัดส่วนชั่วโมงทำงานหรือระยะเวลาจ้างที่ต่างจากพนักงานประจำ ควรตรวจสอบสัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงานของแต่ละบริษัทให้ชัดเจน