ชีวิตการทำงาน · อ่าน 7 นาที

สิทธิลาคลอด
พนักงานหญิงตั้งครรภ์มีสิทธิอะไรบ้าง?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปรับปรุงล่าสุดขยายสิทธิลาคลอดให้ยาวขึ้น พร้อมเพิ่มสิทธิให้คู่สมรสลาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ด้วย

ลาคลอดได้กี่วัน

กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับปรับปรุง (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568) ขยายสิทธิลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน โดยนับรวมวันหยุดที่มีในระหว่างวันลาด้วย ลูกจ้างหญิงมีครรภ์สามารถใช้สิทธิลาได้ทั้งก่อนและหลังคลอดบุตร

ค่าจ้างระหว่างลาคลอด

นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้าง 100% ตลอดระยะเวลาลา แต่ไม่เกิน 60 วัน ส่วนระยะเวลาที่เหลือ ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอดบุตร มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การหยุดงานจากสำนักงานประกันสังคมในอัตรา 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย (คำนวณจากฐานไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน) เป็นเวลา 90 วัน

สิทธิลาของคู่สมรส

กฎหมายฉบับใหม่ยังให้สิทธิคู่สมรส (สามี) ลาไปช่วยดูแลภรรยาและบุตรได้ 15 วัน ภายใน 90 วันหลังคลอดบุตร โดยได้รับค่าจ้าง 100% ตลอดระยะเวลาที่ลา ถือเป็นสิทธิใหม่ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อสนับสนุนการแบ่งเบาภาระเลี้ยงดูบุตรร่วมกัน

เช็กลิสต์ก่อนลาคลอด

ตัวอย่างการคำนวณรายรับระหว่างลาคลอด

สมมติเงินเดือน 25,000 บาท ลาคลอดเต็มสิทธิ 120 วัน ช่วง 60 วันแรกนายจ้างจ่ายค่าจ้าง 100% เท่ากับได้รับเต็มเงินเดือนตามปกติในช่วงนี้ ช่วง 90 วันถัดไปที่ทับซ้อนกับสิทธิประกันสังคม (นับจากวันที่ 1 ของการลา ไม่ใช่ต่อจาก 60 วันที่นายจ้างจ่าย) ประกันสังคมจ่ายเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยจากฐานไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน เท่ากับได้รับประมาณ 7,500 บาทต่อเดือนจากประกันสังคม รวมกับส่วนที่นายจ้างจ่ายในช่วงที่ทับซ้อนกัน ช่วง 30 วันสุดท้ายที่เกินจาก 90 วันของประกันสังคมและเกิน 60 วันที่นายจ้างจ่ายเต็ม จะไม่ได้รับค่าจ้างจากทั้งสองแหล่งหากไม่มีนโยบายเพิ่มเติมจากบริษัท ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นโครงสร้างการจ่ายคร่าวๆ เท่านั้น ควรตรวจสอบยอดที่แท้จริงกับฝ่ายบุคคลและสำนักงานประกันสังคม เพราะรายละเอียดการคำนวณและช่วงเวลาที่ทับซ้อนกันมีความซับซ้อนกว่าตัวอย่างนี้

เทียบเงินสงเคราะห์คลอดบุตรตามระดับเงินเดือน

เงินสงเคราะห์จากประกันสังคมคำนวณจากฐานไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ทำให้คนเงินเดือนสูงกับคนเงินเดือนพอดี 15,000 บาทได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากัน ในขณะที่คนเงินเดือนต่ำกว่าเพดานจะได้รับตามฐานจริงของตัวเอง ลองเทียบ 3 ระดับเงินเดือนดู

เงินเดือนฐานคำนวณ (ไม่เกิน 15,000)เงินสงเคราะห์ประกันสังคม 50% ต่อเดือนค่าจ้างจากนายจ้าง 60 วันแรก (100%)
12,000 บาท12,000 บาท6,000 บาทเต็มเงินเดือนตามปกติ
15,000 บาท15,000 บาท7,500 บาทเต็มเงินเดือนตามปกติ
25,000 บาท15,000 บาท (ถูกจำกัดเพดาน)7,500 บาทเต็มเงินเดือนตามปกติ

จะเห็นว่าคนเงินเดือน 25,000 บาทกับ 15,000 บาทได้เงินสงเคราะห์จากประกันสังคมเท่ากันที่ 7,500 บาทต่อเดือน เพราะฐานคำนวณถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 15,000 บาท ส่วนคนเงินเดือน 12,000 บาทซึ่งต่ำกว่าเพดาน จะได้รับตามฐานจริงคือ 6,000 บาทต่อเดือน ความแตกต่างนี้เห็นชัดเฉพาะช่วง 90 วันที่ทับซ้อนกับสิทธิประกันสังคมเท่านั้น เพราะช่วง 60 วันแรกนายจ้างจ่ายเต็มเงินเดือนจริงเสมอไม่ว่าเงินเดือนจะเท่าไร ไม่มีเพดานเหมือนฝั่งประกันสังคม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องสิทธิลาคลอด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่านายจ้างจ่ายค่าจ้าง 100% ตลอด 120 วันเต็ม ทั้งที่กฎหมายกำหนดให้จ่ายเต็มเพียง 60 วันแรกเท่านั้น ทำให้วางแผนการเงินผิดพลาดสำหรับช่วงที่เหลือ อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าเงินสงเคราะห์จากประกันสังคมจะได้อัตโนมัติโดยไม่ต้องยื่นเรื่อง ทั้งที่ต้องยื่นคำขอรับสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังคลอดบุตร หากไม่ยื่นอาจพลาดสิทธิ์ไปเลย หลายคนไม่ตรวจสอบเงื่อนไขการส่งเงินสมทบล่วงหน้าว่าครบ 5 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนคลอดหรือไม่ ทำให้พบว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์รับเงินสงเคราะห์เมื่อถึงเวลาจริง และบางคู่ไม่รู้ว่าสามีก็มีสิทธิลา 15 วันเพื่อช่วยดูแลภรรยาและบุตรได้เช่นกัน ทำให้พลาดโอกาสใช้สิทธิ์นี้ในการแบ่งเบาภาระเลี้ยงดูบุตรร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ลาคลอดครบ 120 วันแล้ว ยังลาป่วยหรือลากิจเพิ่มได้อีกไหม
คำตอบ: ได้ สิทธิลาคลอดเป็นสิทธิแยกต่างหากจากสิทธิลาป่วยและลากิจตามกฎหมาย เมื่อครบ 120 วันแล้วยังสามารถใช้สิทธิลาป่วยหรือลากิจตามเกณฑ์ปกติได้อีก หากมีเหตุจำเป็น เช่น บุตรป่วยหรือมีธุระที่ต้องดูแล

คำถาม: ตั้งครรภ์แต่แท้งก่อนกำหนด ยังมีสิทธิลาคลอดไหม
คำตอบ: กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สิทธิลาเนื่องจากการแท้งบุตรได้เช่นกัน แต่ระยะเวลาและเงื่อนไขอาจต่างจากการลาคลอดปกติ ขึ้นกับอายุครรภ์ขณะแท้งบุตรตามที่กฎหมายกำหนด ควรปรึกษาฝ่ายบุคคลหรือแพทย์ประกอบการยื่นเรื่องลา

คำถาม: ลาคลอดแล้วนายจ้างเลิกจ้างระหว่างลา ทำได้ไหม
คำตอบ: กฎหมายคุ้มครองแรงงานห้ามนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงเพราะเหตุมีครรภ์ การเลิกจ้างด้วยเหตุนี้ถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและผิดกฎหมาย ลูกจ้างมีสิทธิร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหากถูกเลิกจ้างในลักษณะนี้

คำถาม: ทำงานฟรีแลนซ์หรือประกันสังคมมาตรา 39/40 มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์คลอดบุตรไหม
คำตอบ: ผู้ประกันตนมาตรา 39 ยังมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์การคลอดบุตรเช่นเดียวกับมาตรา 33 หากส่งเงินสมทบครบเงื่อนไข ส่วนมาตรา 40 มีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่ต่างออกไปตามแผนความคุ้มครองที่เลือก ควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละมาตรากับสำนักงานประกันสังคมโดยตรง