อะไรเปลี่ยนไปตั้งแต่ปี 2569
เดิมทีสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับยกเว้นทั้งอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทำให้การสั่งซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแทบไม่มีภาระภาษีเพิ่มเติม แต่กรมศุลกากรได้ปรับเกณฑ์ใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยยกเลิกการยกเว้น VAT สำหรับสินค้ามูลค่าต่ำ ทำให้ต้องเสีย VAT 7% ตั้งแต่บาทแรก ไม่ว่าสินค้าจะราคาถูกแค่ไหนก็ตาม ส่วนอากรขาเข้ายังคงได้รับยกเว้นสำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทเช่นเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าระหว่างผู้ขายในประเทศกับสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
คำนวณภาษีนำเข้าอย่างไร
ฐานภาษีที่ใช้คำนวณคือมูลค่า CIF (Cost + Insurance + Freight) หรือราคาสินค้ารวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งระหว่างประเทศ ไม่ใช่แค่ราคาสินค้าอย่างเดียว แบ่งการคำนวณเป็น 2 กรณี
- มูลค่า CIF ไม่เกิน 1,500 บาท: เสียเฉพาะ VAT 7% ของมูลค่า CIF ยังคงได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
- มูลค่า CIF เกิน 1,500 บาท: เสียทั้งอากรขาเข้าตามพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้านั้น (แตกต่างกันตามประเภทสินค้า โดยเฉลี่ยประมาณ 10% แต่บางประเภทอาจสูงถึง 30-40%) และ VAT 7% ซึ่งคำนวณจาก (มูลค่า CIF + อากรขาเข้า) ไม่ใช่คำนวณจากมูลค่า CIF อย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น สั่งเสื้อผ้ามูลค่า CIF 2,000 บาท ที่มีอัตราอากร 10% จะเสียอากรขาเข้า 200 บาท และ VAT 7% ของ 2,200 บาท คือ 154 บาท รวมภาษีนำเข้าทั้งหมด 354 บาท
เทียบภาษีนำเข้าจริง 3 ระดับมูลค่าสินค้า
ลองคำนวณภาษีนำเข้าด้วยวิธีเดียวกับตัวอย่างข้างต้น (อากรขาเข้าเฉลี่ย 10% และ VAT 7%) ที่ 3 ระดับมูลค่า CIF เพื่อดูว่าภาระภาษีเปลี่ยนไปแค่ไหนเมื่อมูลค่าสินค้าข้ามเกณฑ์ 1,500 บาท
| มูลค่า CIF | อากรขาเข้า (10%) | ฐานคำนวณ VAT | VAT 7% | ภาษีนำเข้ารวม | คิดเป็น % ของมูลค่าสินค้า |
|---|---|---|---|---|---|
| 1,000 บาท | 0 บาท (ยกเว้น) | 1,000 บาท | 70 บาท | 70 บาท | 7.0% |
| 2,000 บาท | 200 บาท | 2,200 บาท | 154 บาท | 354 บาท | 17.7% |
| 5,000 บาท | 500 บาท | 5,500 บาท | 385 บาท | 885 บาท | 17.7% |
จุดที่น่าสนใจคือภาระภาษีไม่ได้ไต่ขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มีลักษณะเป็น "หน้าผา" ตรงเกณฑ์ 1,500 บาทพอดี สินค้ามูลค่า 1,000 บาทเสียภาษีรวมแค่ 7% ของมูลค่าสินค้า แต่พอมูลค่าสินค้าข้ามเกณฑ์ไปเพียงเล็กน้อยจนต้องเสียอากรขาเข้าด้วย สัดส่วนภาษีรวมจะกระโดดขึ้นไปอยู่แถว ๆ 17-18% ทันที และคงสัดส่วนนี้ไว้ต่อเนื่องแม้มูลค่าสินค้าจะสูงขึ้นอีกก็ตาม (ตราบใดที่อัตราอากรของสินค้าประเภทนั้นยังคงที่) ผู้ที่สั่งสินค้าที่มูลค่าใกล้เคียง 1,500 บาทจึงควรระวังเป็นพิเศษ เพราะการข้ามเกณฑ์ไปแม้เพียงไม่กี่บาทอาจทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ใครเป็นคนเก็บภาษี จ่ายตอนไหน
กรมศุลกากรประสานงานกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น Shopee และ Lazada เพื่อให้ส่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการตรวจปล่อยสินค้า เช่น จำนวน มูลค่าอากร และ VAT ทำให้ในหลายกรณีแพลตฟอร์มจะคำนวณและเรียกเก็บภาษีนำเข้าไปพร้อมกับการชำระเงินตอนสั่งซื้อเลย ผู้ซื้อจึงเห็นยอดรวมภาษีตั้งแต่หน้าชำระเงิน แต่สำหรับสินค้าที่สั่งตรงจากเว็บไซต์ต่างประเทศหรือผ่านตัวแทนขนส่งที่ไม่ได้เชื่อมระบบกับศุลกากรไทย อาจต้องชำระภาษีนำเข้าที่ปลายทางตอนพัสดุมาถึง ก่อนจะได้รับสินค้า
วิธีลดภาระภาษีนำเข้าที่ทำได้
ก่อนสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ควรเช็กราคาสุทธิที่รวมภาษีนำเข้าแล้วในหน้าชำระเงิน เพื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าประเภทเดียวกันที่ขายในไทย บางครั้งเมื่อรวมภาษีและค่าขนส่งแล้วอาจไม่คุ้มค่าเท่าที่คิด หลีกเลี่ยงการแจ้งมูลค่าสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อเลี่ยงภาษี เพราะเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรและอาจถูกยึดสินค้าหรือปรับเพิ่ม และควรเก็บหลักฐานการสั่งซื้อและใบเสร็จไว้เผื่อต้องใช้อ้างอิงมูลค่าสินค้าหากมีการตรวจสอบ กฎเกณฑ์ภาษีนำเข้าอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจากกรมศุลกากรก่อนสั่งซื้อสินค้ามูลค่าสูง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อสั่งของจากต่างประเทศ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือยังเข้าใจว่าสินค้าราคาต่ำกว่า 1,500 บาทไม่ต้องเสียภาษีเลยเหมือนก่อนปี 2569 ทำให้ตกใจเมื่อเห็นยอด VAT 7% เพิ่มขึ้นในหน้าชำระเงิน อีกความเข้าใจผิดคือคำนวณ VAT จากราคาสินค้าอย่างเดียวโดยลืมรวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งตามฐาน CIF ทำให้ประเมินภาษีที่ต้องจ่ายต่ำกว่าความเป็นจริง หลายคนไม่รู้ว่าสำหรับสินค้ามูลค่าเกิน 1,500 บาท VAT คำนวณจากมูลค่า CIF บวกอากรขาเข้าแล้ว ไม่ใช่คำนวณจากมูลค่า CIF เพียงอย่างเดียว ทำให้ยอดภาษีจริงสูงกว่าที่ประมาณไว้เล็กน้อยเสมอ และบางคนพยายามให้ผู้ขายแจ้งมูลค่าสินค้าต่ำกว่าราคาจริงในเอกสารเพื่อเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรที่มีโทษทั้งปรับและยึดสินค้า
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: สั่งของจาก Shopee/Lazada กับสั่งตรงจากเว็บต่างประเทศ ภาษีต่างกันไหม
คำตอบ: หลักการคำนวณภาษีเหมือนกัน แต่ต่างกันที่วิธีเรียกเก็บ แพลตฟอร์มใหญ่ที่เชื่อมระบบกับศุลกากรไทยมักคำนวณและเก็บภาษีตั้งแต่ตอนชำระเงิน ทำให้เห็นยอดรวมชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อ ส่วนการสั่งตรงจากเว็บต่างประเทศที่ไม่เชื่อมระบบ อาจต้องจ่ายภาษีที่ปลายทางตอนพัสดุมาถึงแทน ซึ่งบางครั้งมาพร้อมค่าดำเนินการเพิ่มเติมจากตัวแทนขนส่ง
คำถาม: ของขวัญที่คนรู้จักส่งมาจากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเหมือนสั่งซื้อไหม
คำตอบ: โดยหลักการสินค้าที่นำเข้าทุกช่องทางอยู่ภายใต้กฎการคำนวณภาษีแบบเดียวกันตามมูลค่า CIF แม้จะเป็นของขวัญที่ไม่ได้จ่ายเงินซื้อเองก็ตาม ศุลกากรจะประเมินมูลค่าจากราคาตลาดของสินค้านั้นเพื่อคำนวณภาษี ควรสอบถามกรมศุลกากรโดยตรงหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกรณีเฉพาะ
คำถาม: ไม่เห็นด้วยกับยอดภาษีที่ถูกเรียกเก็บ อุทธรณ์ได้ไหม
คำตอบ: ได้ หากเห็นว่าการประเมินมูลค่าหรือพิกัดอัตราศุลกากรไม่ถูกต้อง สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อกรมศุลกากรพร้อมหลักฐานใบเสร็จหรือหน้าสั่งซื้อที่แสดงมูลค่าสินค้าจริงได้ ควรเก็บหลักฐานการสั่งซื้อทุกครั้งไว้เผื่อกรณีนี้
คำถาม: สั่งของหลายชิ้นพร้อมกันในออเดอร์เดียว คิดภาษีแยกชิ้นหรือรวมทั้งออเดอร์
คำตอบ: โดยทั่วไปคำนวณจากมูลค่ารวมของพัสดุที่นำเข้าในครั้งนั้น ไม่ได้แยกคำนวณเป็นรายชิ้น หากมูลค่ารวมทั้งพัสดุเกิน 1,500 บาท จะเข้าเกณฑ์ต้องเสียอากรขาเข้าด้วย แม้แต่ละชิ้นย่อยจะมีมูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ก็ตาม