การช้อปปิ้ง · อ่าน 6 นาที

ซื้อของออนไลน์แล้วเปลี่ยนใจ
คืนเงินได้ไหม?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

หลายคนเข้าใจว่าซื้อของแล้วเปลี่ยนใจคืนได้เสมอ ความจริงกฎหมายให้สิทธินี้ไว้เฉพาะบางกรณีเท่านั้น

สิทธิคืนสินค้าภายใน 7 วัน มีจริงไหม

ตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางขายตรงหรือตลาดแบบตรง เช่น สั่งซื้อทางออนไลน์ โทรศัพท์ หรือแคตตาล็อก มีสิทธิเลิกสัญญาและคืนสินค้าได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า โดยไม่จำเป็นต้องระบุเหตุผลในการคืน

ขั้นตอนคืนสินค้าและรับเงินคืน

ผู้บริโภคต้องส่งสินค้าคืนไปยังผู้ประกอบธุรกิจภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่คืนเงินให้ผู้บริโภคภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าคืน

มาตรการ "ส่งดี" ช่วยอะไรเพิ่มเติม

มาตรการส่งดี (Dee-Delivery) กำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งถือเงินค่าสินค้าไว้ 5 วันก่อนโอนให้ผู้ขาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคตรวจสอบสินค้าและแจ้งขอคืนเงินได้ทันหากพบปัญหา ก่อนที่เงินจะถูกนำส่งให้ผู้ขาย

รวมกำหนดเวลาทั้งหมดไว้ในตารางเดียว

กระบวนการคืนสินค้าและรับเงินคืนมีกำหนดเวลาหลายจุดกระจายอยู่คนละที่ ลองรวบรวมมาเรียงเป็นเส้นเวลาเดียวพร้อมตัวอย่างจากกรณีสั่งเสื้อผ้าออนไลน์ที่ยกไว้ในบทความ:

เหตุการณ์นับเวลาจากอะไรกำหนดเวลาตามกฎหมาย/มาตรการตัวอย่าง
แจ้งขอเลิกสัญญา/คืนสินค้าวันที่ผู้บริโภคได้รับสินค้าภายใน 7 วันได้รับสินค้าวันพฤหัสบดี แจ้งคืนได้ถึงวันพฤหัสบดีถัดไป
ผู้ให้บริการขนส่งพักเงินไว้ (มาตรการส่งดี)วันที่ผู้ซื้อชำระเงินพักไว้ 5 วันก่อนโอนให้ผู้ขายมีเวลา 5 วันแรกในการตรวจสอบสินค้าและแจ้งปัญหาก่อนเงินถึงมือผู้ขาย
ผู้ขายต้องคืนเงินให้ผู้บริโภควันที่ผู้ขายได้รับสินค้าคืนภายใน 15 วันส่งสินค้าคืนแล้ว ผู้ขายมีเวลาอีก 15 วันนับจากวันรับคืนจึงจะผิดนัด

จุดที่มักสร้างความสับสนที่สุดคือกำหนด 15 วันคืนเงินนับจาก "วันที่ผู้ขายได้รับสินค้าคืน" ไม่ใช่วันที่ผู้บริโภคส่งคืนหรือวันที่แจ้งขอคืน ดังนั้นควรเก็บหลักฐานการส่งพัสดุคืนและติดตามว่าพัสดุถึงมือผู้ขายวันไหน เพื่อนับวันได้ถูกต้องว่าผู้ขายเริ่มผิดนัดคืนเงินตั้งแต่เมื่อไหร่

สิทธิคืนสินค้าอาจไม่ครอบคลุมทุกกรณี

สิทธิเปลี่ยนใจคืนสินค้าตามกฎหมายนี้ใช้กับการซื้อขายแบบขายตรงหรือตลาดแบบตรงเป็นหลัก ส่วนการซื้อสินค้าหน้าร้านทั่วไปหรือบางแพลตฟอร์มอาจมีเงื่อนไขต่างกันไปตามนโยบายของผู้ขายแต่ละราย ควรอ่านเงื่อนไขการคืนสินค้าของร้านค้าหรือแพลตฟอร์มก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิที่ควรได้รับ

ตัวอย่างสถานการณ์การใช้สิทธิคืนสินค้าจริง

สมมติสั่งซื้อเสื้อผ้าออนไลน์วันจันทร์ ได้รับสินค้าวันพฤหัสบดี แต่ลองใส่แล้วไม่พอใจไซซ์ นับจากวันที่ได้รับสินค้า (วันพฤหัสบดี) ผู้บริโภคมีสิทธิแจ้งเลิกสัญญาและคืนสินค้าได้ภายใน 7 วัน คือถึงวันพฤหัสบดีถัดไป โดยไม่ต้องระบุเหตุผลว่าทำไมไม่พอใจ เมื่อส่งสินค้าคืนไปยังผู้ขายแล้ว ผู้ขายมีหน้าที่คืนเงินภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าคืน ไม่ใช่นับจากวันที่ผู้บริโภคแจ้งขอคืน หากใช้บริการขนส่งที่เข้าร่วมมาตรการส่งดี เงินค่าสินค้าจะถูกพักไว้กับผู้ให้บริการขนส่ง 5 วันก่อนโอนให้ผู้ขาย ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสตรวจสอบและแจ้งปัญหาได้ทันก่อนเงินถึงมือผู้ขาย ซึ่งช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองในการขอคืนเงินหากพบปัญหาตั้งแต่แรก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่องสิทธิคืนสินค้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่าสิทธิเปลี่ยนใจคืนสินค้าใช้ได้กับการซื้อของทุกช่องทางเสมอ ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะการซื้อขายแบบขายตรงหรือตลาดแบบตรงเป็นหลัก การซื้อหน้าร้านทั่วไปมักไม่มีสิทธิ์นี้ตามกฎหมาย ขึ้นกับนโยบายร้านค้าเอง อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าคืนสินค้าได้โดยไม่มีกำหนดเวลา ทั้งที่กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าต้องแจ้งคืนภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้า หากปล่อยเลยกำหนดอาจเสียสิทธิ์นี้ไป หลายคนไม่เก็บหลักฐานการสั่งซื้อและการรับสินค้า ทำให้พิสูจน์วันที่เริ่มนับสิทธิ์ได้ยากหากเกิดข้อโต้แย้งกับผู้ขาย และบางคนไม่รู้ว่าสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าที่ทำตามสั่งเฉพาะบุคคลหรือสินค้าเสียหายง่าย อาจถูกยกเว้นจากสิทธิ์คืนสินค้าตามกฎหมาย ควรตรวจสอบประเภทสินค้าก่อนคาดหวังสิทธิ์นี้เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ซื้อผ่านมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee หรือ Lazada ใช้สิทธิ์คืนสินค้า 7 วันตามกฎหมายได้ไหม
คำตอบ: การซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซถือเป็นการซื้อขายทางไกลที่มักเข้าข่ายตลาดแบบตรงตามกฎหมาย จึงมักได้รับสิทธิ์นี้ แต่แพลตฟอร์มแต่ละแห่งอาจมีนโยบายคืนสินค้าของตัวเองที่ให้สิทธิ์มากกว่าหรือมีเงื่อนไขเฉพาะเพิ่มเติม ควรอ่านนโยบายคืนสินค้าของแพลตฟอร์มควบคู่กับสิทธิ์ตามกฎหมาย

คำถาม: สินค้าที่ซื้อลดราคาหรือเป็นสินค้าเคลียร์สต็อก ยังคืนได้ไหม
คำตอบ: โดยหลักการสิทธิ์เปลี่ยนใจคืนสินค้าตามกฎหมายไม่ได้แยกว่าสินค้าลดราคาหรือไม่ แต่ผู้ขายบางรายอาจระบุเงื่อนไขพิเศษสำหรับสินค้าลดราคาหรือเคลียร์สต็อกไว้ล่วงหน้า ควรอ่านเงื่อนไขการขายที่ระบุไว้ตอนสั่งซื้อให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

คำถาม: ผู้ขายปฏิเสธไม่คืนเงินตามกำหนด ร้องเรียนได้ที่ไหน
คำตอบ: สามารถร้องเรียนได้ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งดูแลการบังคับใช้พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรงโดยตรง ควรเตรียมหลักฐานการสั่งซื้อ การแจ้งขอคืนสินค้า และหลักฐานการส่งคืนสินค้าไปประกอบการร้องเรียนด้วย

คำถาม: ค่าส่งคืนสินค้า ใครเป็นคนจ่าย
คำตอบ: กฎหมายไม่ได้กำหนดตายตัวว่าใครต้องจ่ายค่าส่งคืน ขึ้นกับนโยบายของผู้ขายหรือแพลตฟอร์มแต่ละราย บางรายรับผิดชอบค่าส่งคืนให้ บางรายให้ผู้บริโภคเป็นผู้จ่ายเอง ควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงว่าอาจไม่พอใจและต้องการคืน