ชีวิตการทำงาน · อ่าน 8 นาที

ประกันสังคม ม.33 ม.39 ม.40
ต่างกันอย่างไร?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

ผู้ประกันตนมี 3 ประเภทหลักตามสถานะการทำงาน แต่ละมาตราจ่ายเงินสมทบไม่เท่ากันและได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เหมือนกัน บทความนี้สรุปความแตกต่างที่สำคัญเพื่อช่วยตัดสินใจว่าควรอยู่มาตราไหน

ม.33 ม.39 และ ม.40 คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง

มาตรา 33 คือผู้ประกันตนภาคบังคับที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ นายจ้างขึ้นทะเบียนและหักเงินสมทบจากเงินเดือนให้อัตโนมัติ มาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน แล้วลาออกจากงานแต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมต่อในฐานะภาคสมัครใจ ส่วนมาตรา 40 คือผู้ประกันตนภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบ อาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือผู้ที่ไม่เคยเป็นลูกจ้างในระบบมาก่อน

เปรียบเทียบเงินสมทบที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน

สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต

ม.33 และ ม.39 ได้รับสิทธิใกล้เคียงกัน คือเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วย ประมาณ 50% ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐาน จ่ายให้ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิต และเงินสงเคราะห์บวกค่าทำศพกรณีเสียชีวิต ส่วน ม.40 สิทธิประโยชน์จะน้อยกว่าและแตกต่างกันตามทางเลือกที่สมัคร โดยทางเลือกที่ 1 จะไม่มีเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพระยะยาวเท่าอีกสองมาตรา

สิทธิชราภาพ (บำเหน็จ/บำนาญ) และการออมเพื่อเกษียณ

ม.33 และ ม.39 มีสิทธิรับเงินชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน หากส่งเงินสมทบมาไม่ถึง 180 เดือนจะได้รับเป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียว แต่ถ้าส่งครบ 180 เดือนขึ้นไปจะได้รับเป็นเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ ส่วน ม.40 มีเฉพาะทางเลือกที่ 3 เท่านั้นที่มีเงินออมกรณีชราภาพ ซึ่งจ่ายเป็นเงินบำเหน็จก้อนเดียวเช่นกัน ไม่มีทางเลือกใดของ ม.40 ที่ให้บำนาญรายเดือน

วิธีสมัครและขั้นตอนย้ายสิทธิเมื่อลาออกจากงานประจำ

เมื่อลาออกจากงานที่เป็น ม.33 หากเคยส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ลาออก โดยยื่นแบบ สปส. 1-20 ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ หรือสมัครผ่านเว็บไซต์และแอป SSO Connect หากพ้นกำหนด 6 เดือนแล้วจะหมดสิทธิสมัคร ม.39 ต้องเปลี่ยนไปสมัคร ม.40 แทนหากต้องการความคุ้มครองต่อเนื่อง

เลือกมาตราไหนคุ้มที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์และอาชีพอิสระ

ถ้าเพิ่งลาออกจากงานประจำและเคยเป็น ม.33 มาก่อน การสมัคร ม.39 ภายใน 6 เดือนมักคุ้มกว่า เพราะได้สิทธิประโยชน์ครบถ้วนใกล้เคียงตอนเป็นลูกจ้าง รวมถึงสิทธิบำนาญรายเดือน แต่ถ้าไม่เคยอยู่ในระบบ ม.33 มาก่อน หรือพ้นกำหนด 6 เดือนไปแล้ว มาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มแรงงานอิสระ เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และมีเงินออมชราภาพในราคาที่ถูกกว่า ม.39 อัตราเงินสมทบและเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ของทุกมาตราอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมก่อนตัดสินใจสมัครหรือย้ายมาตรา

ตัวอย่างการคำนวณเงินสมทบและสิทธิประโยชน์จริง

สมมติพนักงานเงินเดือน 20,000 บาท เป็นผู้ประกันตน ม.33 จ่ายเงินสมทบ 5% ของฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ แต่ฐานสูงสุดที่ใช้คำนวณอยู่ที่ 15,000 บาท จึงจ่ายจริงไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน และนายจ้างสมทบให้อีกเท่ากัน รวมเป็นเงินเข้ากองทุน 1,500 บาทต่อเดือน หากทำงานครบ 180 เดือน (15 ปี) ก่อนอายุ 55 ปี จะมีสิทธิรับบำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีพ ในขณะที่หากลาออกมาสมัคร ม.39 จะจ่ายคงที่ 432 บาทต่อเดือนไม่ว่าเงินเดือนจะเท่าไร ตลอด 10 ปีจะจ่ายรวมประมาณ 51,840 บาท (432 x 12 x 10) ส่วน ม.40 ทางเลือกที่ 3 จ่ายเพียง 300 บาทต่อเดือน ตลอด 10 ปีจ่ายรวมประมาณ 36,000 บาท ถูกกว่า ม.39 แต่ได้สิทธิประโยชน์บางส่วนน้อยกว่า เช่น ไม่มีบำนาญรายเดือน มีเพียงเงินบำเหน็จก้อนเดียวตอนอายุครบเกณฑ์ ตัวเลขในตัวอย่างเป็นการประมาณเพื่อให้เห็นหลักการเปรียบเทียบเท่านั้น อัตราจริงควรตรวจสอบล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคม

ตารางเทียบเงินสมทบสะสมตามระยะเวลา

ใช้อัตราเงินสมทบเดียวกับตัวอย่างข้างต้น (ม.33 ส่วนของลูกจ้าง 750 บาท/เดือน, ม.39 คงที่ 432 บาท/เดือน, ม.40 ทางเลือกที่ 3 คงที่ 300 บาท/เดือน) มาคำนวณยอดสะสมที่ระยะเวลาต่างกัน จะเห็นภาพรวมของภาระเงินสมทบระยะยาวชัดขึ้น

ระยะเวลาม.33 (750 บาท/เดือน เฉพาะส่วนลูกจ้าง)ม.39 (432 บาท/เดือน)ม.40 ทางเลือกที่ 3 (300 บาท/เดือน)
5 ปี45,000 บาท25,920 บาท18,000 บาท
10 ปี90,000 บาท51,840 บาท36,000 บาท
15 ปี135,000 บาท77,760 บาท54,000 บาท
20 ปี180,000 บาท103,680 บาท72,000 บาท

ตัวเลขที่ 10 ปีตรงกับตัวอย่างในหัวข้อก่อนหน้าพอดี เพราะใช้อัตราเดียวกัน ข้อสังเกตคือ ม.33 มีเงินสมทบสะสมสูงที่สุดในทุกช่วงเวลา แต่ก็ได้สิทธิประโยชน์ครบถ้วนที่สุดรวมทั้งเงินสมทบจากนายจ้างอีกเท่าตัวที่ไม่ได้แสดงในตารางนี้ ส่วน ม.39 กับ ม.40 ทางเลือกที่ 3 แม้จ่ายน้อยกว่ามาก แต่ ม.39 มีสิทธิบำนาญรายเดือนต่อเนื่องซึ่ง ม.40 ไม่มีเลย จึงไม่ควรตัดสินใจจากยอดเงินสมทบสะสมที่ต่ำกว่าเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่ได้รับควบคู่กันเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกหรือย้ายมาตรา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลาออกจากงานแล้วปล่อยเวลาผ่านไปเกิน 6 เดือนโดยไม่สมัคร ม.39 ทำให้หมดสิทธิสมัครมาตรานี้ถาวรและต้องไปใช้ ม.40 แทนซึ่งสิทธิประโยชน์น้อยกว่า อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่า ม.39 กับ ม.40 ให้สิทธิเหมือนกัน ทั้งที่ ม.39 มีสิทธิบำนาญรายเดือนต่อเนื่องจากตอนเป็น ม.33 ในขณะที่ ม.40 ไม่มีทางเลือกใดให้บำนาญรายเดือนเลย หลายคนขาดส่งเงินสมทบ ม.39 ติดต่อกันจนถูกตัดสิทธิโดยไม่รู้ตัวว่าสิทธิหลุดไปแล้วจนกระทั่งต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลจริง และบางคนสมัคร ม.40 ทางเลือกที่ถูกที่สุดเพื่อประหยัดเงิน โดยไม่ได้เทียบว่าทางเลือกที่ 3 ซึ่งแพงกว่าเล็กน้อยให้สิทธิออมชราภาพเพิ่มมาคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

เคล็ดลับรักษาสิทธิไม่ให้หลุดมาตรา

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: เป็น ม.33 อยู่ ต้องการสมัคร ม.40 เพิ่มเองได้ไหม
คำตอบ: ไม่ได้ เพราะ ม.40 สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในระบบเท่านั้น ผู้ที่เป็น ม.33 อยู่แล้วไม่สามารถสมัคร ม.40 ซ้อนได้ ต้องเลือกอยู่มาตราใดมาตราหนึ่งตามสถานะการทำงานจริง

คำถาม: ขาดส่งเงินสมทบ ม.39 นานแค่ไหนถึงหลุดสิทธิ
คำตอบ: โดยทั่วไปหากขาดส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน หรือภายในระยะเวลา 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน จะสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ทันที และต้องสมัครใหม่หากยังต้องการอยู่ในระบบ ซึ่งอาจไม่ได้สิทธิย้อนหลังเหมือนเดิม

คำถาม: ม.40 เปลี่ยนทางเลือกภายหลังได้ไหม
คำตอบ: ได้ ผู้ประกันตน ม.40 สามารถแจ้งเปลี่ยนทางเลือกเงินสมทบได้ตามเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ควรสอบถามขั้นตอนล่าสุดที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่หรือผ่านสายด่วน 1506

คำถาม: ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สูง ยังคุ้มไหมที่จะสมัคร ม.40 แทนที่จะซื้อประกันเอกชนอย่างเดียว
คำตอบ: คุ้มในแง่ต้นทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับสิทธิพื้นฐานที่ได้ เช่น เงินทดแทนขาดรายได้และเงินออมชราภาพในทางเลือกที่ 3 แต่วงเงินคุ้มครองอาจไม่ครอบคลุมเท่าประกันเอกชน จึงมักแนะนำให้มี ม.40 เป็นฐานความคุ้มครองขั้นต่ำ ควบคู่กับประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตเพิ่มเติมตามความจำเป็น