การกู้ซื้อบ้าน · อ่าน 7 นาที

ประกัน MRTA คุ้มครองสินเชื่อบ้าน
จำเป็นแค่ไหน?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

ธนาคารเสนอให้ทำประกัน MRTA พร้อมสินเชื่อบ้านแทบทุกครั้ง แต่คืออะไร บังคับทำไหม และคุ้มค่าจริงหรือเปล่า มาทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจเซ็นเพิ่ม

MRTA คืออะไร คุ้มครองอะไรบ้าง

MRTA ย่อมาจาก Mortgage Reducing Term Assurance คือประกันชีวิตที่ทำควบคู่กับสินเชื่อบ้าน ให้ความคุ้มครองกรณีผู้กู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงระหว่างที่ยังผ่อนบ้านไม่หมด หากเกิดเหตุ บริษัทประกันจะจ่ายเงินก้อนให้ธนาคารเพื่อปิดยอดหนี้ที่เหลือแทนทายาท ทำให้ครอบครัวไม่ต้องรับภาระผ่อนต่อหรือเสี่ยงถูกยึดบ้าน วงเงินคุ้มครองมักลดลงตามยอดหนี้คงเหลือในแต่ละปี ไม่ใช่วงเงินคงที่ตลอดสัญญา

บังคับทำไหม ธนาคารเกี่ยวข้องอย่างไร

ตามกฎหมายไม่มีข้อบังคับให้ผู้กู้สินเชื่อบ้านต้องทำประกัน MRTA เป็นความสมัครใจของผู้กู้ แต่ในทางปฏิบัติหลายธนาคารมักเสนอเงื่อนไขจูงใจ เช่น ลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านลงหากทำ MRTA ควบคู่ไปด้วย เพราะช่วยลดความเสี่ยงด้านเครดิตของธนาคารเอง เบี้ยประกันสามารถจ่ายเป็นเงินสดก้อนเดียวตอนทำสัญญา หรือขอรวมเข้าไปในยอดสินเชื่อบ้านแล้วผ่อนพร้อมค่างวดบ้านทุกเดือนก็ได้ แต่ต้องเข้าใจว่าหากเลือกรวมเข้าเงินกู้ จะมีภาระดอกเบี้ยจากส่วนเบี้ยประกันนั้นเพิ่มเข้ามาด้วย ควรสอบถามเงื่อนไขและส่วนลดดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอให้ชัดก่อนตัดสินใจ อย่าสับสน MRTA กับประกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นประกันคุ้มครองความเสียหายของตัวบ้านและสิ่งปลูกสร้าง ที่ธนาคารมักกำหนดให้ทำเป็นเงื่อนไขของสัญญาสินเชื่อแยกต่างหาก

เบี้ย MRTA ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่

เบี้ยประกัน MRTA ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ในหมวดเดียวกับประกันชีวิตทั่วไป คือลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (นับรวมกับเบี้ยประกันชีวิตอื่นที่ใช้สิทธิในปีภาษีเดียวกัน) โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร หากมีการทำประกันชีวิตอื่นอยู่แล้วจนเต็มวงเงิน 100,000 บาท เบี้ย MRTA ส่วนที่เกินจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนเพิ่มได้อีก

ควรทำ MRTA ไหม ข้อดีและข้อควรระวัง

ข้อดีของ MRTA คือสมัครง่าย มักไม่ต้องตรวจสุขภาพสำหรับวงเงินคุ้มครองไม่สูงมาก และช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องแบกภาระหนี้บ้านหากผู้กู้หลักเสียชีวิตกะทันหัน แต่ข้อควรระวังคือความคุ้มครองผูกติดกับสินเชื่อก้อนนั้นโดยเฉพาะ หากในอนาคตต้องการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น กรมธรรม์ MRTA เดิมอาจใช้คุ้มครองสินเชื่อใหม่ไม่ได้และต้องทำใหม่ อีกทั้งวงเงินคุ้มครองที่ลดลงตามยอดหนี้อาจไม่ตอบโจทย์หากต้องการทิ้งเงินก้อนไว้ให้ครอบครัวใช้จ่ายด้านอื่นด้วย ผู้ที่อายุยังน้อยและสุขภาพแข็งแรงควรลองเปรียบเทียบเบี้ยและความคุ้มครองกับประกันชีวิตแบบระยะเวลา (Term Life) ทั่วไปประกอบการตัดสินใจ เพราะบางกรณีอาจได้ความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นกว่าในราคาที่ใกล้เคียงกัน

ตัวอย่างการคำนวณค่าเบี้ย MRTA และส่วนลดดอกเบี้ยที่ได้

สมมติกู้บ้าน 3,000,000 บาท ทำ MRTA คุ้มครองเต็มวงเงินตลอด 20 ปี เบี้ยประกันแบบจ่ายก้อนเดียวอาจอยู่ที่ประมาณ 90,000-150,000 บาท ขึ้นกับอายุและสุขภาพผู้กู้ ณ วันทำสัญญา หากธนาคารเสนอส่วนลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปีสำหรับผู้ที่ทำ MRTA เต็มวงเงิน จากเงินต้น 3,000,000 บาท ส่วนลด 0.25% คิดเป็นดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ประมาณ 7,500 บาทต่อปีในปีแรก และลดลงเรื่อย ๆ ตามเงินต้นที่ลดลง รวมตลอด 20 ปีอาจประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสนบาท ซึ่งอาจคุ้มกับเบี้ย MRTA ที่จ่ายไป แต่ต้องพิจารณาว่าเบี้ยที่จ่ายไปแลกกับความคุ้มครองที่ได้จริงคุ้มค่าหรือไม่ด้วย ไม่ใช่มองแค่ส่วนลดดอกเบี้ยอย่างเดียว ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิดเท่านั้น เบี้ยประกันจริงและส่วนลดดอกเบี้ยที่แต่ละธนาคารเสนอต่างกันไปมาก ควรขอใบเสนอราคาจริงจากธนาคารและบริษัทประกันก่อนตัดสินใจ

ส่วนลดดอกเบี้ยปีแรก ที่วงเงินกู้ต่างกัน

จากตัวอย่างส่วนลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปีสำหรับผู้ที่ทำ MRTA เต็มวงเงิน ลองคำนวณเงินที่ประหยัดได้ในปีแรกที่วงเงินกู้บ้านระดับต่าง ๆ กัน (ยังไม่รวมผลจากเงินต้นที่ลดลงในปีถัดไป):

วงเงินกู้บ้านส่วนลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปีประหยัดดอกเบี้ยปีแรกโดยประมาณ
1,000,000 บาท0.25%2,500 บาท
2,000,000 บาท0.25%5,000 บาท
3,000,000 บาท0.25%7,500 บาท
5,000,000 บาท0.25%12,500 บาท

ยิ่งวงเงินกู้สูง เงินที่ประหยัดได้จากส่วนลดดอกเบี้ยก็ยิ่งมากขึ้นตามสัดส่วน แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงปีแรกเท่านั้น เพราะเงินต้นคงเหลือจะลดลงเรื่อย ๆ ทุกปีตามการผ่อนชำระ ทำให้เงินที่ประหยัดได้จริงในปีถัด ๆ ไปน้อยลงกว่าปีแรกเสมอ ควรนำตัวเลขส่วนลดดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ตลอดอายุสัญญาไปเทียบกับเบี้ย MRTA ที่ต้องจ่ายจริง เพื่อประเมินว่าคุ้มค่าหรือไม่ ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขปีแรกปีเดียว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเรื่อง MRTA

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเข้าใจว่า MRTA เป็นเงื่อนไขบังคับของสินเชื่อบ้านทุกกรณี ทั้งที่ตามกฎหมายเป็นความสมัครใจ อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าวงเงินคุ้มครองคงที่เท่าวงเงินกู้ตลอดสัญญา ทั้งที่จริงวงเงินคุ้มครองลดลงตามยอดหนี้คงเหลือในแต่ละปี หลายคนเลือกรวมเบี้ย MRTA เข้าไปในยอดสินเชื่อบ้านโดยไม่รู้ว่าจะมีภาระดอกเบี้ยจากส่วนเบี้ยประกันนั้นเพิ่มเข้ามาตลอดอายุสัญญาด้วย ทำให้ต้นทุนที่แท้จริงสูงกว่าจ่ายเบี้ยเป็นเงินสดก้อนเดียว และบางคนไม่ได้เปรียบเทียบ MRTA กับประกันชีวิตแบบ Term Life ทั่วไปก่อนตัดสินใจ ทั้งที่บางกรณี Term Life ให้ความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นกว่าและวงเงินไม่ลดตามยอดหนี้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ไม่ทำ MRTA ธนาคารจะปฏิเสธสินเชื่อไหม
คำตอบ: โดยหลักการไม่ปฏิเสธ เพราะ MRTA ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับตามกฎหมาย แต่ธนาคารบางแห่งอาจเสนอดอกเบี้ยที่สูงกว่าเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ไม่ทำ MRTA เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงด้านเครดิตสูงกว่า ควรสอบถามเงื่อนไขที่ชัดเจนจากธนาคารที่ยื่นกู้โดยตรง

คำถาม: เคลมประกัน MRTA แล้วเงินไปที่ไหน ทายาทได้เงินสดไหม
คำตอบ: เงินสินไหมจากการเคลม MRTA จะจ่ายตรงให้ธนาคารเพื่อปิดยอดหนี้สินเชื่อบ้านที่เหลือ ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดให้ทายาทโดยตรง หากทุนประกันมากกว่ายอดหนี้คงเหลือ ส่วนต่างที่เหลือมักจ่ายคืนให้ทายาทตามเงื่อนไขกรมธรรม์แต่ละฉบับ ควรตรวจสอบเงื่อนไขนี้กับบริษัทประกันให้ชัดเจน

คำถาม: ยกเลิก MRTA ระหว่างสัญญาได้ไหม ได้เงินคืนหรือเปล่า
คำตอบ: ยกเลิกได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่หากยกเลิกอาจทำให้เสียสิทธิ์ส่วนลดดอกเบี้ยที่ธนาคารเคยให้ไว้ และมูลค่าเงินคืนหากมีมักน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไปมาก โดยเฉพาะหากยกเลิกในช่วงปีแรก ๆ ของสัญญา ควรสอบถามเงื่อนไขการยกเลิกและมูลค่าเงินคืนกับบริษัทประกันก่อนตัดสินใจ

คำถาม: ทำ MRTA ไปแล้ว รีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่นได้ไหม
คำตอบ: ทำได้ แต่กรมธรรม์ MRTA เดิมจะยังผูกกับสินเชื่อก้อนเดิมที่ปิดไปแล้ว ไม่สามารถโอนไปคุ้มครองสินเชื่อใหม่ได้อัตโนมัติ หากต้องการความคุ้มครองต่อเนื่องต้องทำ MRTA ใหม่กับธนาคารใหม่ ซึ่งเบี้ยอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและสุขภาพ ณ ขณะนั้น ควรคำนวณรวมค่าใช้จ่ายนี้เข้าไปในการประเมินความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์ด้วย

แหล่งอ้างอิง