ผลตอบแทนย้อนหลัง ต้องดูหลายช่วงเวลา
ผลตอบแทนย้อนหลังบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต ข้อความนี้ไม่ใช่แค่คำแนะนำทั่วไป แต่เป็นคำเตือนที่ ก.ล.ต. บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงทุกครั้งที่โฆษณาผลการดำเนินงานของกองทุนรวม ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 62/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการโฆษณากิจการของบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งกำหนดให้การโฆษณาที่อ้างอิงผลการดำเนินงานในอดีตต้องแสดงข้อความเตือนว่า "ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต" กองทุนที่ติดอันดับต้น ๆ ในช่วง 3 เดือนหรือ 1 ปีที่ผ่านมา อาจไม่ใช่กองที่ทำผลงานดีในระยะยาว ควรเปรียบเทียบผลตอบแทนหลายช่วงเวลา เช่น 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี ประกอบกัน แทนการตัดสินใจจากตัวเลขช่วงสั้นช่วงเดียว
ระดับความเสี่ยงต้องเหมาะกับตัวเอง
กองทุนที่ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความผันผวนสูงเช่นกัน กองทุนไทยทุกกองมีการระบุระดับความเสี่ยงตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่ระดับ 1 (เสี่ยงต่ำมาก) ถึงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) ควรเลือกกองทุนที่ระดับความเสี่ยงตรงกับที่ตัวเองรับได้ ไม่ใช่เลือกเพราะตัวเลขผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียว
ค่าธรรมเนียมกัดกินผลตอบแทนระยะยาว
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (management fee) และค่าธรรมเนียมอื่นของแต่ละกองทุนแตกต่างกัน แม้ดูเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยต่อปี แต่เมื่อสะสมในระยะยาวจะกัดกินผลตอบแทนได้มาก ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันก่อนตัดสินใจ
นโยบายและสินทรัพย์ที่ลงทุน
เช็กให้ชัดว่ากองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือทองคำ และพิจารณาว่าช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ไม่ควรเลือกกองทุนเพียงเพราะชื่อคุ้นหูหรือผลตอบแทนที่เห็นในข่าว
ดูข้อมูลกองทุนแบบเรียลไทม์ได้จากที่ไหน
ข้อมูลผลตอบแทนและอันดับกองทุนที่เป็นปัจจุบันที่สุดควรตรวจสอบจากเอกสารข้อมูลกองทุน (fund fact sheet) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แต่ละแห่งโดยตรง หรือแพลตฟอร์มเปรียบเทียบกองทุนที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอันดับเปลี่ยนแปลงได้แทบทุกวันตามการเคลื่อนไหวของตลาด ไม่ควรอ้างอิงอันดับจากบทความเก่าที่ไม่ได้ระบุวันที่ข้อมูล
ตัวอย่างการเปรียบเทียบกองทุนก่อนตัดสินใจ
สมมติกำลังเลือกระหว่างกองทุนหุ้นไทย A และ B ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน กองทุน A ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูงถึง 18% แต่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่เพียง 6% และมีค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.8% ต่อปี ส่วนกองทุน B ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 12% แต่ผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 9% และค่าธรรมเนียมการจัดการเพียง 1% ต่อปี แม้กองทุน A จะดูโดดเด่นกว่าจากตัวเลขปีล่าสุด แต่เมื่อดูผลตอบแทนระยะยาวและหักค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าออกแล้ว กองทุน B อาจเป็นตัวเลือกที่มั่นคงกว่าสำหรับการลงทุนระยะยาว ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าทำไมการดูอันดับผลตอบแทนช่วงสั้นเพียงอย่างเดียวจึงอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้
ตารางเปรียบเทียบกองทุน A และ B แบบเห็นตัวเลขชัด
ลองนำตัวเลขผลตอบแทนและค่าธรรมเนียมของกองทุน A และ B จากตัวอย่างข้างต้นมาคำนวณต่อว่า ถ้าลงทุน 100,000 บาท แล้วถือไว้ 5 ปีโดยได้ผลตอบแทนเฉลี่ยเท่ากับตัวเลขย้อนหลัง 5 ปีที่ระบุไว้ หลังหักค่าธรรมเนียมจัดการแบบประมาณการอย่างง่าย (ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี ลบด้วยค่าธรรมเนียมต่อปี) จะเหลือมูลค่าพอร์ตเท่าไหร่
| กองทุน | ผลตอบแทน 1 ปีล่าสุด | ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปี/ปี | ค่าธรรมเนียมจัดการ/ปี | มูลค่า 100,000 บาท หลัง 5 ปี (ประมาณการหลังหักค่าธรรมเนียม) |
|---|---|---|---|---|
| กองทุน A | 18% | 6% | 1.8% | 122,840 บาท |
| กองทุน B | 12% | 9% | 1% | 146,930 บาท |
แม้กองทุน A จะดูโดดเด่นกว่าจากตัวเลขผลตอบแทนปีล่าสุดที่ 18% แต่เมื่อคำนวณมูลค่าพอร์ตจริงหลัง 5 ปีโดยใช้ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวหักค่าธรรมเนียมแล้ว กองทุน B กลับให้มูลค่าสูงกว่ากองทุน A ถึงประมาณ 24,090 บาทจากเงินต้นก้อนเดียวกัน เพราะแม้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5 ปีของ B จะสูงกว่า A อยู่แล้ว ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าเกือบเท่าตัวยังช่วยลดการกัดกินผลตอบแทนสะสมได้อีก ตัวเลขในตารางเป็นการประมาณการอย่างง่ายเพื่อให้เห็นหลักการเท่านั้น ไม่ใช่การคำนวณผลตอบแทนจริงที่ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกกองทุนจากอันดับ
- ไล่ซื้อกองทุนที่ติดอันดับผลตอบแทนสูงสุดของปีที่แล้ว โดยไม่ดูว่าเป็นกองทุนความเสี่ยงสูงที่อาจไม่ทำผลงานดีต่อเนื่อง
- ไม่เช็กว่ากองทุนลงทุนกระจุกตัวในหุ้นไม่กี่ตัวหรืออุตสาหกรรมเดียว ทำให้ความเสี่ยงสูงกว่าที่คิดเมื่อกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นตก
- มองข้ามค่าธรรมเนียมเพราะคิดว่าเป็นตัวเลขเล็กน้อยต่อปี ทั้งที่สะสมในระยะยาวกัดกินผลตอบแทนได้มาก
- ไม่เทียบผลตอบแทนกองทุนกับดัชนีชี้วัด (benchmark) ของสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน ทำให้ไม่รู้ว่ากองทุนนั้นทำผลงานดีกว่าตลาดจริงหรือไม่
- ซื้อกองทุนตามคำแนะนำจากแหล่งเดียวโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลจาก fund fact sheet ด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม กองทุนที่ผลตอบแทนย้อนหลังดีที่สุด จะดีที่สุดในอนาคตด้วยไหม
ไม่แน่นอน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต กองทุนที่เคยติดอันดับต้นอาจตกอันดับได้เมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน ควรพิจารณาความสม่ำเสมอของผลงานในหลายช่วงเวลาประกอบกัน ไม่ใช่ดูตัวเลขปีล่าสุดเพียงอย่างเดียว
คำถาม ควรเทียบผลตอบแทนกองทุนกับอะไรถึงจะยุติธรรม
ควรเทียบกับดัชนีชี้วัด (benchmark) ของสินทรัพย์ประเภทเดียวกัน เช่น กองทุนหุ้นไทยควรเทียบกับดัชนี SET Index ไม่ใช่เทียบข้ามประเภทสินทรัพย์ เพื่อดูว่าผู้จัดการกองทุนสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดจริงหรือไม่
คำถาม ค่าธรรมเนียมกองทุนเท่าไรถือว่าสูงเกินไป
ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน กองทุนตราสารหนี้มักมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่ากองทุนหุ้น ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันเพื่อดูว่าสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มนั้น
คำถาม ซื้อกองทุนผ่านแอปธนาคารกับผ่าน บลจ. โดยตรง ต่างกันไหม
กองทุนเดียวกันมักมีมูลค่าหน่วยลงทุนเท่ากันไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใด แต่บางแพลตฟอร์มอาจมีเงื่อนไขขั้นต่ำในการลงทุนหรือรอบการตัดขายที่ต่างกัน ควรเช็กเงื่อนไขของแต่ละช่องทางก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิง
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สน. 62/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการโฆษณากิจการของบริษัทหลักทรัพย์ (29 พฤศจิกายน 2543)
- RYT9 — หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการโฆษณากิจการ (สำนักงาน ก.ล.ต.)