การลงทุน · อ่าน 4 นาที

จัดอันดับกองทุนรวมด้วยตัวเอง
เช็กอะไรบ้างก่อนเลือก?

"10 อันดับกองทุนผลตอบแทนสูงสุด" ที่เห็นตามข่าวเปลี่ยนแทบทุกเดือนตามสภาวะตลาด แทนที่จะจำชื่อกองทุนเป็นอันดับตายตัว มาดูปัจจัยที่ควรเช็กด้วยตัวเองก่อนเลือกกองทุนทุกครั้งดีกว่า

ผลตอบแทนย้อนหลัง ต้องดูหลายช่วงเวลา

ผลตอบแทนย้อนหลังบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต กองทุนที่ติดอันดับต้น ๆ ในช่วง 3 เดือนหรือ 1 ปีที่ผ่านมา อาจไม่ใช่กองที่ทำผลงานดีในระยะยาว ควรเปรียบเทียบผลตอบแทนหลายช่วงเวลา เช่น 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี ประกอบกัน แทนการตัดสินใจจากตัวเลขช่วงสั้นช่วงเดียว

ระดับความเสี่ยงต้องเหมาะกับตัวเอง

กองทุนที่ผลตอบแทนสูงมักมาพร้อมความผันผวนสูงเช่นกัน กองทุนไทยทุกกองมีการระบุระดับความเสี่ยงตามเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่ระดับ 1 (เสี่ยงต่ำมาก) ถึงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) ควรเลือกกองทุนที่ระดับความเสี่ยงตรงกับที่ตัวเองรับได้ ไม่ใช่เลือกเพราะตัวเลขผลตอบแทนสูงเพียงอย่างเดียว

ค่าธรรมเนียมกัดกินผลตอบแทนระยะยาว

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (management fee) และค่าธรรมเนียมอื่นของแต่ละกองทุนแตกต่างกัน แม้ดูเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยต่อปี แต่เมื่อสะสมในระยะยาวจะกัดกินผลตอบแทนได้มาก ควรเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันก่อนตัดสินใจ

นโยบายและสินทรัพย์ที่ลงทุน

เช็กให้ชัดว่ากองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือทองคำ และพิจารณาว่าช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตที่มีอยู่แล้วหรือไม่ ไม่ควรเลือกกองทุนเพียงเพราะชื่อคุ้นหูหรือผลตอบแทนที่เห็นในข่าว

ดูข้อมูลกองทุนแบบเรียลไทม์ได้จากที่ไหน

ข้อมูลผลตอบแทนและอันดับกองทุนที่เป็นปัจจุบันที่สุดควรตรวจสอบจากเอกสารข้อมูลกองทุน (fund fact sheet) ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แต่ละแห่งโดยตรง หรือแพลตฟอร์มเปรียบเทียบกองทุนที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากอันดับเปลี่ยนแปลงได้แทบทุกวันตามการเคลื่อนไหวของตลาด ไม่ควรอ้างอิงอันดับจากบทความเก่าที่ไม่ได้ระบุวันที่ข้อมูล