สินเชื่อและหนี้สิน · อ่าน 4 นาที

DSR คืออะไร
ทำไมธนาคารถึงปฏิเสธสินเชื่อ

ยื่นกู้ซื้อบ้านหรือรถแล้วโดนปฏิเสธ ทั้งที่รายได้ดูเพียงพอ สาเหตุอันดับต้นๆ มักมาจากตัวเลขตัวหนึ่งที่ธนาคารดูเป็นด่านแรก นั่นคือ DSR

DSR คืออะไร คำนวณอย่างไร

DSR ย่อมาจาก Debt Service Ratio หรือสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ คือตัวเลขที่บอกว่าในแต่ละเดือน รายได้ของเราต้องถูกกันไว้จ่ายหนี้ทั้งหมดกี่เปอร์เซ็นต์ คำนวณจากสูตร (ภาระผ่อนหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน) × 100 โดยภาระหนี้ทั้งหมดหมายถึงยอดผ่อนของทุกสินเชื่อที่มีอยู่รวมกัน ทั้งบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ไม่ใช่แค่สินเชื่อก้อนใหม่ที่กำลังจะขอ

เกณฑ์ DSR เท่าไหร่ถึงเรียกว่าปลอดภัย

โดยทั่วไปธนาคารและนักวางแผนการเงินมักใช้เกณฑ์คร่าวๆ ดังนี้

ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น แต่ละธนาคารมีเกณฑ์อนุมัติภายในของตัวเองที่อาจเข้มงวดกว่าหรือผ่อนปรนกว่านี้ ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อและความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย

ทำไมธนาคารถึงให้ความสำคัญกับ DSR

DSR เป็นตัวชี้วัดที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ในระยะยาว เพราะต่อให้รายได้สูง แต่ถ้ามีภาระหนี้เดิมมากจนแทบไม่เหลือเงินสำหรับใช้จ่ายจำเป็นหรือรองรับเหตุไม่คาดฝัน ความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระก็สูงตามไปด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทยเองก็สนับสนุนให้สถาบันการเงินพิจารณา DSR ประกอบการปล่อยสินเชื่อ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้ครัวเรือนสะสมเกินตัว ทั้งนี้ DSR เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณา ยังมีประวัติเครดิตบูโร ความมั่นคงของรายได้ และมูลค่าหลักประกันประกอบด้วย

วิธีลด DSR ก่อนยื่นขอสินเชื่อ

หากคำนวณแล้วพบว่า DSR ของตัวเองอยู่ในระดับตึงตัวหรือสูงเกินไป มีแนวทางที่ช่วยปรับให้ดีขึ้นก่อนยื่นกู้ได้ เช่น ปิดหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อก้อนเล็กที่เหลือยอดไม่มากให้หมดก่อน หลีกเลี่ยงการก่อหนี้ใหม่ในช่วง 6-12 เดือนก่อนยื่นกู้ก้อนใหญ่ พิจารณารีไฟแนนซ์หนี้เดิมเพื่อลดยอดผ่อนต่อเดือน หรือหาผู้กู้ร่วมที่มีรายได้เพื่อเพิ่มฐานรายได้รวมในการคำนวณ ยิ่งวางแผนล่วงหน้านานเท่าไหร่ โอกาสที่ DSR จะอยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารอนุมัติก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น