ชีวิตการทำงาน · อ่าน 6 นาที

เงินอุดหนุนบุตร 600 บาท
ใครมีสิทธิ์ ลงทะเบียนอย่างไร?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นสวัสดิการที่พ่อแม่มือใหม่หลายคนพลาดสิทธิ์เพราะไม่รู้ว่าต้องลงทะเบียน มาดูเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องเตรียมกัน

เงินอุดหนุนบุตรคืออะไร ได้เท่าไหร่

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เป็นสวัสดิการจากรัฐบาลที่จ่ายให้ครอบครัวที่มีรายได้น้อย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ ในอัตรา 600 บาทต่อเดือนต่อเด็กหนึ่งคน โดยจ่ายผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของผู้ปกครองเป็นประจำทุกเดือน หากครอบครัวมีลูกหลายคนที่อายุไม่เกิน 6 ปี ก็สามารถได้รับเงินอุดหนุนสำหรับลูกแต่ละคนพร้อมกันได้ ไม่จำกัดจำนวนบุตรที่เข้าเงื่อนไข

ใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง

เด็กที่จะได้รับสิทธิ์ต้องมีสัญชาติไทย และผู้ปกครองที่ยื่นขอสิทธิ์ต้องเป็นผู้ดูแลเด็กจริง เช่น บิดา มารดา หรือผู้ปกครองตามกฎหมาย เงื่อนไขหลักที่ต้องเข้าเกณฑ์คือรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือนต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี คำนวณจากรายได้รวมของครัวเรือนหารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมด นอกจากนี้เด็กต้องไม่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือเอกชน และไม่ได้รับเงินช่วยเหลือลักษณะเดียวกันซ้ำซ้อนจากหน่วยงานอื่นของรัฐอยู่แล้ว

ลงทะเบียนอย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง

ผู้ปกครองสามารถลงทะเบียนได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เด็กอาศัยอยู่ เช่น เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไปได้แก่ บัตรประชาชนของผู้ปกครอง สูติบัตรของเด็ก สมุดบัญชีธนาคารหรือเลขบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน และเอกสารรับรองรายได้ของครัวเรือน หลังยื่นเอกสารครบถ้วน หน่วยงานจะตรวจสอบคุณสมบัติและแจ้งผลการอนุมัติ เมื่อผ่านการพิจารณาแล้วเงินอุดหนุนจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์เป็นประจำทุกเดือนจนกว่าเด็กจะอายุครบ 6 ปี

ข้อควรรู้ก่อนลงทะเบียน

ควรลงทะเบียนโดยเร็วที่สุดหลังคลอดบุตร เพราะสิทธิ์มักเริ่มนับตั้งแต่เดือนที่ยื่นคำขอ ไม่ใช่ย้อนหลังไปถึงวันเกิดของเด็กเสมอไป หากสถานะรายได้ครัวเรือนเปลี่ยนแปลงในภายหลัง เช่น มีรายได้เพิ่มขึ้นจนเกินเกณฑ์ ผู้ปกครองมีหน้าที่ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอาจส่งผลต่อสิทธิ์ที่ได้รับต่อไป ควรตรวจสอบสถานะการรับเงินและเงื่อนไขล่าสุดจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่ลงทะเบียนไว้เป็นระยะ เพราะหลักเกณฑ์และอัตราเงินอุดหนุนอาจมีการปรับปรุงตามนโยบายรัฐบาลในแต่ละปี

ตัวอย่างการคำนวณรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยต่อคน

สมมติครอบครัวหนึ่งมีสมาชิก 4 คน คือ พ่อ แม่ ลูกคนโต และลูกแรกเกิดที่กำลังขอสิทธิ์ พ่อมีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน แม่มีรายได้ 8,000 บาทต่อเดือน รวมรายได้ครัวเรือนต่อเดือน 23,000 บาท หรือ 276,000 บาทต่อปี นำมาหารด้วยจำนวนสมาชิกครัวเรือน 4 คน ได้รายได้เฉลี่ย 69,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 100,000 บาทต่อคนต่อปี จึงเข้าเงื่อนไขมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน ในทางกลับกัน หากพ่อมีรายได้เพิ่มเป็น 25,000 บาทต่อเดือน รวมรายได้ครัวเรือนต่อปีจะเป็น 396,000 บาท หารด้วย 4 คน ได้ 99,000 บาทต่อคนต่อปี ยังพอผ่านเกณฑ์แบบเฉียดฉิว แสดงให้เห็นว่าจำนวนสมาชิกในครัวเรือนมีผลต่อผลการคำนวณมาก ไม่ใช่ดูแค่รายได้รวมของพ่อแม่อย่างเดียว ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิดเท่านั้น หลักเกณฑ์การนับสมาชิกครัวเรือนและรายได้ที่นำมาคำนวณจริงควรตรวจสอบกับหน่วยงานท้องถิ่นที่ลงทะเบียน

ตารางเทียบเกณฑ์รายได้ตามจำนวนสมาชิกครัวเรือน

เกณฑ์ "รายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี" แปลว่ายิ่งครัวเรือนมีสมาชิกมาก เพดานรายได้รวมของทั้งครัวเรือนก็ยิ่งสูงตามไปด้วย ลองแปลงเป็นตัวเลขเพดานรายได้รวมของครัวเรือนตามจำนวนสมาชิก จะได้เห็นภาพชัดกว่าคำนวณจากเกณฑ์ต่อหัวอย่างเดียว

จำนวนสมาชิกในครัวเรือนเพดานรายได้รวมต่อปีเพดานรายได้รวมต่อเดือน
2 คน200,000 บาท16,667 บาท
3 คน300,000 บาท25,000 บาท
4 คน400,000 บาท33,333 บาท
5 คน500,000 บาท41,667 บาท
6 คน600,000 บาท50,000 บาท

จะเห็นว่าครัวเรือนขยายที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันหลายคน (เช่น ปู่ย่าตายายอยู่บ้านเดียวกัน) มีเพดานรายได้รวมสูงกว่าครอบครัวเดี่ยวมาก ทั้งที่ใช้เกณฑ์ต่อหัวเท่ากัน จึงอาจมีบางครอบครัวที่รายได้รวมดูสูงแต่ยังเข้าเกณฑ์ได้ เพราะมีสมาชิกในทะเบียนบ้านหลายคนช่วยหารเฉลี่ย ในทางกลับกันครอบครัวเล็กที่มีแค่พ่อแม่ลูกจะมีเพดานรายได้รวมที่ต่ำกว่าตามสัดส่วน จึงควรนับจำนวนสมาชิกในครัวเรือนให้ครบถ้วนตามทะเบียนบ้านก่อนคำนวณ ไม่ใช่นับเฉพาะพ่อแม่และลูกที่ขอสิทธิ์เท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อขอเงินอุดหนุนบุตร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือรอลงทะเบียนจนเด็กโตกว่าที่ควร ทำให้พลาดเงินอุดหนุนของเดือนที่ผ่านไปแล้วเพราะสิทธิ์มักเริ่มนับจากเดือนที่ยื่นคำขอ ไม่ใช่ย้อนหลังถึงวันเกิด อีกความเข้าใจผิดคือคำนวณรายได้ครัวเรือนเฉลี่ยผิด โดยนับเฉพาะรายได้พ่อแม่หารด้วย 2 คน แทนที่จะหารด้วยจำนวนสมาชิกทั้งหมดในครัวเรือนตามทะเบียนบ้าน ทำให้ประเมินผิดว่าตัวเองไม่เข้าเกณฑ์ทั้งที่จริงมีสิทธิ์ หลายคนไม่แจ้งหน่วยงานเมื่อรายได้ครัวเรือนเปลี่ยนแปลงจนเกินเกณฑ์ ซึ่งอาจถูกเรียกเงินคืนภายหลังหากตรวจพบ และบางคนย้ายที่อยู่แต่ไม่แจ้งเปลี่ยนหน่วยงานที่ดูแล ทำให้การติดตามสถานะหรือต่ออายุสิทธิ์ล่าช้ากว่าที่ควร

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: พ่อแม่หย่าร้างกัน ใครเป็นคนลงทะเบียนขอสิทธิ์
คำตอบ: ผู้ปกครองที่เป็นผู้ดูแลเด็กจริงตามกฎหมาย ซึ่งมักเป็นฝ่ายที่มีอำนาจปกครองบุตรตามคำพิพากษาหรือข้อตกลงหลังหย่า เป็นผู้มีสิทธิ์ยื่นลงทะเบียนขอรับเงินอุดหนุน ควรเตรียมเอกสารที่แสดงอำนาจปกครองบุตรไปประกอบการยื่นด้วย

คำถาม: ลืมลงทะเบียนตอนลูกแรกเกิด ตอนนี้ลูกอายุ 2 ขวบแล้ว ยังลงทะเบียนได้ไหม
คำตอบ: ยังลงทะเบียนได้ตราบใดที่เด็กอายุยังไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ แต่จะได้รับเงินอุดหนุนนับจากเดือนที่ยื่นคำขอเป็นต้นไปเท่านั้น ไม่ได้รับย้อนหลังสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมาก่อนลงทะเบียน จึงควรรีบลงทะเบียนทันทีที่นึกขึ้นได้

คำถาม: มีลูกแฝด ได้รับเงินอุดหนุนคนละ 600 บาทหรือรวมกันเป็นครอบครัวละ 600 บาท
คำตอบ: ได้รับแยกเป็นรายบุตร คือลูกแฝดแต่ละคนที่เข้าเงื่อนไขจะได้รับเงินอุดหนุน 600 บาทต่อเดือนต่อคน ไม่ได้จำกัดเป็นครอบครัวละ 1 สิทธิ์ ตราบใดที่เด็กแต่ละคนมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

คำถาม: รายได้ครัวเรือนเกินเกณฑ์เล็กน้อย มีทางขอผ่อนผันไหม
คำตอบ: หลักเกณฑ์รายได้เป็นเงื่อนไขตายตัวตามกฎหมายที่ใช้พิจารณา ไม่มีการผ่อนผันเฉพาะกรณี หากรายได้ครัวเรือนเกินเกณฑ์ในปีถัดไป ควรตรวจสอบสิทธิ์สวัสดิการอื่นของรัฐที่อาจเข้าเงื่อนไขได้แทน หรือติดตามการปรับเกณฑ์รายได้ในปีถัดไปซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบาย