กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ได้ทุกคนที่ยื่นภาษี
- คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ 60,000 บาท
- บุตร คนละ 30,000 บาท (บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดปี 2561 ขึ้นไป ลดหย่อนเพิ่มเป็น 60,000 บาท)
- เลี้ยงดูบิดามารดาอายุ 60 ปีขึ้นไป คนละ 30,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 4 คน)
- อุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท
กลุ่มประกันและเงินสมทบ
- เงินสมทบประกันสังคม ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง
- เบี้ยประกันชีวิต ตามจริงสูงสุด 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง ตามจริงสูงสุด 25,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท)
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ตามจริงสูงสุด 15,000 บาท
กลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณ
กลุ่มนี้เมื่อรวมทุกประเภทเข้าด้วยกันแล้ว ลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ กบข. ตามจริงไม่เกิน 15% ของเงินได้
- กองทุนรวม RMF ตามจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 500,000 บาท
- กองทุนรวม SSF ตามจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 200,000 บาท
อ่านข้อดี ข้อเสีย และเงื่อนไขของ RMF/SSF แบบละเอียด →
กลุ่มดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยและเงินบริจาค
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ตามจริงสูงสุด 100,000 บาท
- เงินบริจาคทั่วไป ตามจริงไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่น
- เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา หรือโรงพยาบาลรัฐ ลดหย่อนได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง (ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก)
ตารางสรุปวงเงินทั้งหมด
สำหรับคนที่ไม่อยากไล่อ่านทีละกลุ่ม นี่คือตารางสรุปวงเงินสูงสุดของสิทธิ์ลดหย่อนที่พบบ่อยทั้งหมดในหน้าเดียว ใช้เป็นเช็กลิสต์คร่าวๆ ก่อนไปดูรายละเอียดเงื่อนไขแต่ละข้อด้านบน:
| สิทธิ์ลดหย่อน | วงเงินสูงสุด |
|---|---|
| ส่วนตัว | 60,000 บาท |
| คู่สมรสไม่มีเงินได้ | 60,000 บาท |
| บุตร (คนละ) | 30,000–60,000 บาท |
| เลี้ยงดูบิดามารดา (สูงสุด 4 คน) | คนละ 30,000 บาท |
| อุปการะผู้พิการ (คนละ) | 60,000 บาท |
| ประกันชีวิต + สุขภาพตนเอง (รวมกัน) | 100,000 บาท |
| ประกันสุขภาพบิดามารดา | 15,000 บาท |
| กองทุนเกษียณรวม (กบข./RMF/SSF/ประกันบำนาญ) | 500,000 บาท |
| ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย | 100,000 บาท |
| เงินบริจาค | ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก |
ข้อสังเกตจากตารางนี้: กลุ่มที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือ "กองทุนเกษียณรวม" เพราะดูเหมือนมีวงเงินสูงถึง 500,000 บาท แต่ต้องรวมกบข./RMF/SSF/ประกันบำนาญเข้าด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่แยกคนละ 500,000 บาท และ "ประกันชีวิต+สุขภาพตนเอง" ก็ต้องรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทเช่นกัน ไม่ใช่แยกเพดานคนละก้อน
ตัวอย่างการรวมยอด
เช่น มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท บวกประกันสังคม 9,000 บาท บวกเบี้ยประกันชีวิต 50,000 บาท รวมค่าลดหย่อนทั้งหมด 119,000 บาท นำยอดนี้ไปหักออกจากรายได้รวมต่อปี ก่อนกรอกเป็น "ค่าลดหย่อนรวม" ในเครื่องคำนวณภาษี
เช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษี
- รวบรวมหลักฐานการจ่ายของแต่ละสิทธิ์ลดหย่อนให้ครบ
- เช็กเพดานสูงสุดของแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มกองทุนเกษียณที่รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท
- ตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดจากกรมสรรพากรก่อนยื่นจริง เพราะบางสิทธิ์อาจมีการปรับปรุงเป็นปี ๆ ไป
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้สิทธิลดหย่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือรวมยอดกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณเกินเพดาน 500,000 บาทโดยไม่รู้ตัว เพราะแต่ละกองทุนมีเพดานย่อยของตัวเองแต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท หากซื้อ RMF และ SSF พร้อมกับสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มเพดานทั้งหมด อาจรวมกันเกินและใช้สิทธิ์ส่วนเกินไม่ได้ อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าเบี้ยประกันสุขภาพตนเองแยกเพดานจากประกันชีวิตอย่างอิสระ ทั้งที่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท หลายคนลืมเก็บหนังสือรับรองการหักลดหย่อนจากบริษัทประกันหรือกองทุนไว้ ทำให้ยื่นภาษีแล้วไม่มีหลักฐานยืนยันหากถูกเรียกตรวจสอบภายหลัง และบางคนใช้สิทธิ์ลดหย่อนบุตรผิดเงื่อนไข เช่น นับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปว่าได้ 60,000 บาททุกคน ทั้งที่เงื่อนไขนี้ใช้เฉพาะบุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไปเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: ลดหย่อนได้เกินเงินได้ที่มีจริงไหม เช่น มีรายได้น้อยแต่อยากลดหย่อนเต็มเพดาน
คำตอบ: ลดหย่อนได้ไม่เกินยอดที่จ่ายจริงและไม่เกินเงินได้สุทธิของตัวเองในปีนั้น หากลดหย่อนมากกว่าเงินได้ที่มี ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นศูนย์แต่จะไม่มีการคืนเงินส่วนต่างเป็นเงินสด สิทธิ์ลดหย่อนใช้เพื่อลดภาษีที่ต้องจ่ายเท่านั้น ไม่ใช่เงินสดที่ได้รับเพิ่ม
คำถาม: ลืมเก็บหลักฐานการบริจาคหรือประกัน ยังใช้สิทธิ์ได้ไหม
คำตอบ: ปัจจุบันหน่วยงานส่วนใหญ่ เช่น บริษัทประกัน กองทุน และองค์กรรับบริจาคที่เข้าร่วมระบบ e-Donation จะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยตรง ทำให้ระบบยื่นภาษีออนไลน์ดึงข้อมูลมาแสดงให้อัตโนมัติ แต่หากหน่วยงานไม่ได้เข้าร่วมระบบ ควรเก็บหลักฐานการจ่ายไว้เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจสอบภายหลัง
คำถาม: คู่สมรสต่างคนต่างมีเงินได้ ควรยื่นรวมหรือแยกกัน
คำตอบ: ขึ้นกับว่าแบบไหนทำให้ภาษีรวมของทั้งคู่ต่ำกว่ากัน โดยทั่วไปหากรายได้ทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกัน การยื่นแยกมักได้ภาษีรวมต่ำกว่าเพราะแต่ละคนได้ใช้ฐานภาษีขั้นบันไดของตัวเอง ควรลองคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจยื่นจริง
คำถาม: ซื้อประกันหรือกองทุนช่วงปลายปี ยังทันใช้สิทธิ์ลดหย่อนปีนั้นไหม
คำตอบ: ทันตราบใดที่จ่ายเงินและได้รับหลักฐานยืนยันภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีภาษีนั้น ควรตรวจสอบว่าธุรกรรมตัดยอดสำเร็จก่อนสิ้นปีจริง ไม่ใช่แค่สั่งซื้อไว้แต่ระบบยังไม่ตัดยอดเงิน โดยเฉพาะกองทุนรวมที่บางครั้งใช้เวลาดำเนินการหลายวันทำการ