ภาษี · อ่าน 8 นาที

ลดหย่อนภาษี
มีอะไรบ้าง ลดได้เท่าไหร่?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

ยิ่งใช้สิทธิลดหย่อนครบ เงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีก็ยิ่งลดลง ลองเช็กว่าตัวเองมีสิทธิ์อะไรบ้าง แล้วรวมยอดไปกรอกในเครื่องคำนวณ

กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว

กลุ่มประกันและเงินสมทบ

กลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณ

กลุ่มนี้เมื่อรวมทุกประเภทเข้าด้วยกันแล้ว ลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อปี

อ่านข้อดี ข้อเสีย และเงื่อนไขของ RMF/SSF แบบละเอียด →

กลุ่มดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยและเงินบริจาค

ตารางสรุปวงเงินทั้งหมด

สำหรับคนที่ไม่อยากไล่อ่านทีละกลุ่ม นี่คือตารางสรุปวงเงินสูงสุดของสิทธิ์ลดหย่อนที่พบบ่อยทั้งหมดในหน้าเดียว ใช้เป็นเช็กลิสต์คร่าวๆ ก่อนไปดูรายละเอียดเงื่อนไขแต่ละข้อด้านบน:

สิทธิ์ลดหย่อนวงเงินสูงสุด
ส่วนตัว60,000 บาท
คู่สมรสไม่มีเงินได้60,000 บาท
บุตร (คนละ)30,000–60,000 บาท
เลี้ยงดูบิดามารดา (สูงสุด 4 คน)คนละ 30,000 บาท
อุปการะผู้พิการ (คนละ)60,000 บาท
ประกันชีวิต + สุขภาพตนเอง (รวมกัน)100,000 บาท
ประกันสุขภาพบิดามารดา15,000 บาท
กองทุนเกษียณรวม (กบข./RMF/SSF/ประกันบำนาญ)500,000 บาท
ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย100,000 บาท
เงินบริจาคไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก

ข้อสังเกตจากตารางนี้: กลุ่มที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือ "กองทุนเกษียณรวม" เพราะดูเหมือนมีวงเงินสูงถึง 500,000 บาท แต่ต้องรวมกบข./RMF/SSF/ประกันบำนาญเข้าด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่แยกคนละ 500,000 บาท และ "ประกันชีวิต+สุขภาพตนเอง" ก็ต้องรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทเช่นกัน ไม่ใช่แยกเพดานคนละก้อน

ตัวอย่างการรวมยอด

เช่น มีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท บวกประกันสังคม 9,000 บาท บวกเบี้ยประกันชีวิต 50,000 บาท รวมค่าลดหย่อนทั้งหมด 119,000 บาท นำยอดนี้ไปหักออกจากรายได้รวมต่อปี ก่อนกรอกเป็น "ค่าลดหย่อนรวม" ในเครื่องคำนวณภาษี

เช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้สิทธิลดหย่อน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือรวมยอดกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณเกินเพดาน 500,000 บาทโดยไม่รู้ตัว เพราะแต่ละกองทุนมีเพดานย่อยของตัวเองแต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท หากซื้อ RMF และ SSF พร้อมกับสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มเพดานทั้งหมด อาจรวมกันเกินและใช้สิทธิ์ส่วนเกินไม่ได้ อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าเบี้ยประกันสุขภาพตนเองแยกเพดานจากประกันชีวิตอย่างอิสระ ทั้งที่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท หลายคนลืมเก็บหนังสือรับรองการหักลดหย่อนจากบริษัทประกันหรือกองทุนไว้ ทำให้ยื่นภาษีแล้วไม่มีหลักฐานยืนยันหากถูกเรียกตรวจสอบภายหลัง และบางคนใช้สิทธิ์ลดหย่อนบุตรผิดเงื่อนไข เช่น นับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปว่าได้ 60,000 บาททุกคน ทั้งที่เงื่อนไขนี้ใช้เฉพาะบุตรที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไปเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ลดหย่อนได้เกินเงินได้ที่มีจริงไหม เช่น มีรายได้น้อยแต่อยากลดหย่อนเต็มเพดาน
คำตอบ: ลดหย่อนได้ไม่เกินยอดที่จ่ายจริงและไม่เกินเงินได้สุทธิของตัวเองในปีนั้น หากลดหย่อนมากกว่าเงินได้ที่มี ภาษีที่คำนวณได้จะเป็นศูนย์แต่จะไม่มีการคืนเงินส่วนต่างเป็นเงินสด สิทธิ์ลดหย่อนใช้เพื่อลดภาษีที่ต้องจ่ายเท่านั้น ไม่ใช่เงินสดที่ได้รับเพิ่ม

คำถาม: ลืมเก็บหลักฐานการบริจาคหรือประกัน ยังใช้สิทธิ์ได้ไหม
คำตอบ: ปัจจุบันหน่วยงานส่วนใหญ่ เช่น บริษัทประกัน กองทุน และองค์กรรับบริจาคที่เข้าร่วมระบบ e-Donation จะส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยตรง ทำให้ระบบยื่นภาษีออนไลน์ดึงข้อมูลมาแสดงให้อัตโนมัติ แต่หากหน่วยงานไม่ได้เข้าร่วมระบบ ควรเก็บหลักฐานการจ่ายไว้เผื่อกรมสรรพากรขอตรวจสอบภายหลัง

คำถาม: คู่สมรสต่างคนต่างมีเงินได้ ควรยื่นรวมหรือแยกกัน
คำตอบ: ขึ้นกับว่าแบบไหนทำให้ภาษีรวมของทั้งคู่ต่ำกว่ากัน โดยทั่วไปหากรายได้ทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกัน การยื่นแยกมักได้ภาษีรวมต่ำกว่าเพราะแต่ละคนได้ใช้ฐานภาษีขั้นบันไดของตัวเอง ควรลองคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจยื่นจริง

คำถาม: ซื้อประกันหรือกองทุนช่วงปลายปี ยังทันใช้สิทธิ์ลดหย่อนปีนั้นไหม
คำตอบ: ทันตราบใดที่จ่ายเงินและได้รับหลักฐานยืนยันภายในวันที่ 31 ธันวาคมของปีภาษีนั้น ควรตรวจสอบว่าธุรกรรมตัดยอดสำเร็จก่อนสิ้นปีจริง ไม่ใช่แค่สั่งซื้อไว้แต่ระบบยังไม่ตัดยอดเงิน โดยเฉพาะกองทุนรวมที่บางครั้งใช้เวลาดำเนินการหลายวันทำการ