สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร ต่างจากบัตรเครดิตอย่างไร
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือสินเชื่อที่ปล่อยกู้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ผู้ให้บริการมีทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัทไฟแนนซ์ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) รูปแบบการให้สินเชื่อมีทั้งแบบเงินก้อนโอนเข้าบัญชีครั้งเดียว วงเงินหมุนเวียนคล้ายบัตรกดเงินสด และแบบผ่อนชำระเป็นงวด จุดต่างหลักจากบัตรเครดิตคือสินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่เบิกใช้วงเงินทันที และไม่สามารถใช้รูดซื้อสินค้าตามร้านค้าได้เหมือนบัตรเครดิต ต้องเบิกเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีเท่านั้น
เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย 25% ต่อปี คิดอย่างไร
ตามประกาศ ธปท. ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับสามารถคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมทุกประเภทรวมกันได้ไม่เกิน 25% ต่อปี โดยคำนวณแบบลดต้นลดดอก (effective rate) ตามยอดหนี้คงเหลือจริงในแต่ละงวด ไม่ใช่คิดจากเงินต้นเริ่มต้นตลอดสัญญา เพดาน 25% นี้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการกู้ยืม ยกเว้นค่าใช้จ่ายตามจริงบางประเภท เช่น อากรแสตมป์ หรือค่าติดตามทวงถามหนี้ตามที่กฎหมายกำหนดแยกไว้ต่างหาก หากผู้ให้กู้เรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันเกินเพดานนี้ ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย
กู้ได้สูงสุดเท่าไหร่ ขึ้นกับรายได้แค่ไหน
วงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลที่ขอได้ผูกกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของผู้กู้ตามเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด แบ่งเป็น
- รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน: กู้ได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน และจำกัดให้เป็นลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันได้ไม่เกิน 3 สถาบันการเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว
- รายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป: กู้ได้ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยไม่จำกัดจำนวนสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ แต่ยอดหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลรวมทุกแห่งต้องไม่เกินเพดานนี้
วงเงินอนุมัติจริงยังขึ้นอยู่กับผลประเมินความสามารถชำระหนี้ของแต่ละผู้ให้กู้ด้วย เช่น ประวัติเครดิตบูโรและภาระหนี้ที่มีอยู่เดิม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้วงเงินเต็มเพดานตามเกณฑ์นี้เสมอไป
ข้อควรระวังก่อนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล
ก่อนสมัคร ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective rate) ของแต่ละผู้ให้บริการ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขที่โฆษณา เพราะบางแห่งคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าหรือค่าดำเนินการแยกต่างหากซึ่งเมื่อรวมแล้วอาจใกล้เพดาน 25% ควรกู้เท่าที่จำเป็นและคำนวณภาระผ่อนต่อเดือนให้แน่ใจว่าไม่ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DSR) สูงเกินไป เพราะจะกระทบการขอสินเชื่อก้อนใหญ่อย่างบ้านหรือรถในอนาคต และหากพบว่าผู้ให้กู้เรียกเก็บดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเกินเพดานตามกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท.