เงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไป เพดานอยู่ที่ 15% ต่อปี
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่มีใบอนุญาต ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดอกเบี้ยส่วนที่เกินอัตรานี้ถือเป็นโมฆะ ผู้กู้ไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย
สินเชื่อที่มีใบอนุญาต เพดานสูงกว่าแต่ยังมีขีดจำกัด
สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับอนุญาตให้คิดดอกเบี้ยสูงกว่า 15% ต่อปีได้ตามประเภทสินเชื่อ เช่น
- บัตรเครดิต: ดอกเบี้ยไม่เกิน 16% ต่อปี
- สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (P-Loan): ดอกเบี้ยรวมค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25% ต่อปี
- นาโนไฟแนนซ์ (สินเชื่อรายย่อยเพื่อประกอบอาชีพ ไม่ต้องมีหลักประกัน): ไม่เกิน 33% ต่อปี
อัตราเหล่านี้อาจมีการทบทวนเป็นระยะโดย ธปท. ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนตัดสินใจกู้ทุกครั้ง
สังเกตอย่างไรว่าเป็นเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย
เงินกู้นอกระบบมักคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันหรือรายเดือนในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก เช่น ร้อยละ 20 ต่อเดือน (เทียบเท่าประมาณ 240% ต่อปี) ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน สัญญาณอื่นที่ควรระวังคือการยึดบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญไว้ค้ำประกัน และการข่มขู่หรือใช้ความรุนแรงเมื่อผิดนัดชำระ
โดนคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา แจ้งได้ที่ไหน
หากพบว่าถูกเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด สามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. สายด่วน 1213 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359