ภาษี · อ่าน 7 นาที

เงินเดือนเท่าไหร่
ถึงต้องเสียภาษี?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

หลายคนไม่รู้ว่าเงินเดือนตัวเองต้องถึงเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเสียภาษีจริง บทความนี้สรุปตัวเลขคร่าวๆ ให้ พร้อมวิธีประเมินภาษีจากรายได้ต่อเดือนแบบไม่ต้องนั่งคูณเอง

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงเริ่มเสียภาษี

สำหรับพนักงานเงินเดือนที่ใช้สิทธิลดหย่อนพื้นฐานอย่างเดียว (หักค่าใช้จ่าย 50% ของเงินได้ สูงสุด 100,000 บาท และหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท) รายได้รวมทั้งปีที่ยังไม่ต้องเสียภาษีเลยคือไม่เกิน 310,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 25,800 บาท เพราะเงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อนจะยังอยู่ในช่วงอัตราภาษี 0% (0-150,000 บาท) พอดี

ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณจากเงินเดือนเท่ากันทุกเดือนและยังไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น เช่น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันชีวิต ถ้ามีค่าลดหย่อนเพิ่มเติม เกณฑ์เงินเดือนที่เริ่มเสียภาษีจะขยับสูงขึ้นไปอีก

สูตรประเมินภาษีคร่าวๆ จากรายได้ต่อเดือน

วิธีประเมินภาษีแบบเร็วๆ ทำได้ 3 ขั้นตอน

ไม่ต้องนั่งคำนวณเองทั้งหมดก็ได้ เพราะเครื่องมือคำนวณภาษีของคิดให้มีช่อง รายได้ต่อเดือน ให้กรอกแทน แล้วระบบจะคูณ 12 เป็นรายได้ต่อปีให้อัตโนมัติ

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติเงินเดือน 35,000 บาท ไม่มีโบนัส รายได้รวมต่อปีจะอยู่ที่ 420,000 บาท เมื่อหักค่าลดหย่อนพื้นฐาน 160,000 บาท (ค่าใช้จ่าย 100,000 + ส่วนตัว 60,000) จะเหลือเงินได้สุทธิ 260,000 บาท คิดภาษีได้ดังนี้

รวมภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีประมาณ 5,500 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละไม่ถึง 500 บาท

เทียบภาษีเงินเดือน 3 ระดับ ใกล้เกณฑ์เริ่มเสียภาษี

ใช้วิธีคำนวณเดียวกับตัวอย่างข้างต้น (หักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท) ลองไล่ดู 3 ระดับเงินเดือนตั้งแต่จุดที่เพิ่งเริ่มเสียภาษี เพื่อเห็นภาพว่าเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นทีละไม่กี่พันบาทใกล้เกณฑ์นี้ ทำให้ภาษีที่ต้องจ่ายเปลี่ยนไปแค่ไหน

เงินเดือนรายได้รวมทั้งปีเงินได้สุทธิภาษีทั้งปีเฉลี่ยภาษี/เดือน
25,833 บาท (เกณฑ์เริ่มเสียภาษี)310,000 บาท150,000 บาท0 บาท0 บาท
30,000 บาท360,000 บาท200,000 บาท2,500 บาท208 บาท
35,000 บาท420,000 บาท260,000 บาท5,500 บาท458 บาท

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแค่เงินเดือนขยับจาก 25,833 บาทไปเป็น 30,000 บาท (เพิ่มขึ้นราว 4,200 บาทต่อเดือน) ภาษีทั้งปีก็กระโดดจาก 0 บาทไปเป็น 2,500 บาททันที เพราะรายได้สุทธิเริ่มข้ามเข้าไปในช่วงอัตรา 5% แล้ว หลังจากนั้นภาษีจะไต่ขึ้นตามสัดส่วนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ เพราะยังอยู่ในขั้นบันไดอัตราเดียวกัน คนที่เงินเดือนอยู่แถวเกณฑ์นี้จึงควรรู้ว่าแม้เงินเดือนขึ้นไม่มาก ก็อาจเริ่มมีภาษีที่ต้องจ่ายทันทีจากเดิมที่ไม่เคยต้องจ่ายเลย

เช็กลิสต์ก่อนประเมินภาษีจากเงินเดือน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อประเมินภาษีจากเงินเดือน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเอาเงินเดือนคูณ 12 แล้วลืมบวกโบนัสหรือค่าคอมมิชชันเข้าไปด้วย ทำให้ประเมินรายได้รวมต่อปีต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะคนที่ได้โบนัสก้อนใหญ่ปลายปีซึ่งอาจดันเงินได้สุทธิข้ามขั้นบันไดภาษีไปอีกขั้น อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าเงินเดือนต่ำกว่า 25,800 บาทแล้วไม่ต้องเสียภาษีเลยในทุกกรณี ทั้งที่ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณเฉพาะคนที่ใช้สิทธิลดหย่อนพื้นฐานอย่างเดียว หากมีรายได้อื่นเพิ่มเติม เช่น เงินปันผลหรือรายได้ฟรีแลนซ์ เกณฑ์ที่แท้จริงอาจต่างไปจากนี้ หลายคนไม่รู้ว่าอัตราภาษีขั้นบันไดคิดแบบขั้นบันไดจริง คือแต่ละช่วงเงินได้เสียในอัตราของตัวเอง ไม่ใช่พอรายได้ข้ามขั้นแล้วเสียอัตราสูงสุดทั้งก้อน และบางคนลืมว่านายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้าทุกเดือนแล้ว ทำให้เข้าใจผิดว่าต้องเตรียมเงินก้อนใหญ่จ่ายตอนยื่นภาษีประจำปีทั้งที่จ่ายไปเกือบหมดแล้วผ่านการหัก ณ ที่จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: เงินเดือนไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี ยังต้องยื่นแบบภาษีไหม
คำตอบ: ต้องยื่น เพราะเกณฑ์ "ต้องยื่นแบบ" กับเกณฑ์ "เริ่มเสียภาษีจริง" เป็นคนละตัวเลขกัน ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน (มาตรา 40(1)) เพียงประเภทเดียว มีหน้าที่ต้องยื่นแบบทันทีที่มีเงินได้เกิน 120,000 บาทต่อปีสำหรับคนโสด หรือเกิน 220,000 บาทต่อปีสำหรับคู่สมรสที่ยื่นรวมกัน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 310,000 บาทที่เพิ่งเริ่มมีภาษีต้องจ่ายจริงในบทความนี้มาก คนที่เงินเดือนอยู่ระหว่างสองเกณฑ์นี้จึงต้องยื่นแบบทุกปีแม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีที่ต้องจ่ายเลยก็ตาม การไม่ยื่นแบบอาจมีความผิดตามกฎหมายแม้ไม่มีภาษีค้างจ่าย ควรยื่นแบบให้ครบทุกปีเพื่อความปลอดภัย

คำถาม: นายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายไปแล้ว ยังต้องยื่นภาษีเองอีกไหม
คำตอบ: ต้องยื่นอยู่ดี เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเพียงการทยอยจ่ายล่วงหน้า เมื่อยื่นแบบประจำปีจะมีการคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายจริงทั้งปี หากหักไว้มากกว่าที่ต้องจ่ายจริงจะได้เงินคืน หากหักไว้น้อยกว่าต้องจ่ายเพิ่ม

คำถาม: มีรายได้เสริมนอกเหนือจากเงินเดือนประจำ ต้องคำนวณรวมยังไง
คำตอบ: ต้องนำรายได้เสริมทุกประเภทมารวมกับเงินเดือนก่อนคำนวณภาษี แต่รายได้แต่ละประเภทอาจหักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราต่างกันตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เงินเดือนหักได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนรายได้ประเภทอื่นอาจมีอัตราหักค่าใช้จ่ายที่ต่างออกไป ควรแยกคำนวณแต่ละประเภทให้ถูกต้องก่อนรวมยอด

คำถาม: เปลี่ยนงานกลางปี เงินเดือนที่บริษัทเก่าต้องเอามารวมด้วยไหม
คำตอบ: ต้องรวม เพราะภาษีคำนวณจากรายได้รวมทั้งปีของบุคคลนั้น ไม่ใช่แยกตามนายจ้างแต่ละราย ควรขอหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ทวิ 50) จากทั้งบริษัทเก่าและบริษัทใหม่มารวมกันตอนยื่นแบบภาษีประจำปี

แหล่งอ้างอิง