ภาษี · อ่าน 5 นาที

ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ
ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

เบี้ยประกันที่จ่ายไปทุกปีเอามาลดหย่อนภาษีได้จริง แต่แต่ละประเภทมีเพดานไม่เท่ากัน สรุปให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม

ประกันชีวิตทั่วไป

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป (กรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2551 ซึ่งออกตามข้อ 2(61) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) โดยเพดานนี้แบ่งเป็นสิทธิลดหย่อนพื้นฐาน 10,000 บาทแรกตามมาตรา 47(1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร บวกกับส่วนที่ได้รับยกเว้นเพิ่มเติมอีกไม่เกิน 90,000 บาทตามประกาศฉบับดังกล่าว ถ้าเป็นกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ที่มีเงินคืนระหว่างสัญญา ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเงินคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปีจึงจะใช้สิทธิได้เต็มจำนวน นอกจากเบี้ยประกันชีวิตของตัวเองแล้ว กฎหมายยังให้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่ซื้อให้คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องและไม่มีเงินได้ตลอดปีภาษีนั้น ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 10,000 บาทต่อปี แยกวงเงินต่างหากจากสิทธิ 100,000 บาทของตัวเอง กรมธรรม์ที่ใช้สิทธิได้ต้องซื้อจากบริษัทประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น

ประกันสุขภาพตัวเอง

เบี้ยประกันสุขภาพของตัวเอง ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 25,000 บาทต่อปี ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 365 (พ.ศ. 2563) ซึ่งปรับเพดานขึ้นจากเดิม 15,000 บาท มีผลกับเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป แต่เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตในข้อก่อนหน้าแล้ว รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท ประกันสุขภาพที่เข้าเกณฑ์ใช้สิทธิ ได้แก่ กรมธรรม์ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะส่วนที่คุ้มครองการรักษาพยาบาล ประกันชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะจากการเจ็บป่วย และประกันโรคร้ายแรง ส่วนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองสุขภาพติดมาเป็นสัญญาเพิ่มเติมก็สามารถแยกคำนวณส่วนเบี้ยสุขภาพมาใช้สิทธิในหมวดนี้ได้เช่นกัน

ประกันสุขภาพพ่อแม่

เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่คู่สมรส ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15,000 บาทต่อปี ตามข้อ 2(76) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) โดยพ่อแม่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงอายุ กรณีลูกหลายคนร่วมกันจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้พ่อแม่คนเดียวกัน โดยทั่วไปกรมสรรพากรให้เฉลี่ยสิทธิลดหย่อนเท่าๆ กันตามจำนวนบุตรที่ร่วมจ่ายจริง ไม่ใช่แบ่งตามสัดส่วนเงินที่แต่ละคนออกจริง จึงควรตกลงกันในครอบครัวก่อนว่าใครจะเป็นผู้ยื่นขอใช้สิทธิส่วนใดเพื่อไม่ให้ใช้สิทธิซ้ำซ้อนผิดเงื่อนไข

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น (RMF, SSF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข.) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี กรมธรรม์บำนาญที่เข้าเกณฑ์ต้องจ่ายเบี้ยต่อเนื่องและกำหนดจ่ายเงินบำนาญคืนเมื่อผู้เอาประกันมีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปจนถึงอายุ 85 ปีหรือมากกว่า หากเลิกกรมธรรม์หรือผิดเงื่อนไขระหว่างทาง สิทธิลดหย่อนที่เคยใช้ไปอาจถูกเรียกคืนย้อนหลัง

เช็กลิสต์ก่อนใช้สิทธิ

ตัวอย่างการคำนวณลดหย่อนภาษีจากประกันจริง

สมมติพนักงานบริษัทคนหนึ่งมีรายได้สุทธิอยู่ในฐานภาษี 20% ต่อปีจ่ายเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป 80,000 บาท เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง 20,000 บาท (รวมกับประกันชีวิตแล้วเท่ากับ 100,000 บาท พอดีเพดานรวม) และเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ 15,000 บาท รวมค่าลดหย่อนจากประกันทั้งหมด 115,000 บาท เมื่อนำไปหักออกจากเงินได้สุทธิก่อนคำนวณภาษีที่ฐาน 20% จะประหยัดภาษีได้ประมาณ 115,000 × 20% = 23,000 บาทต่อปี หากคนเดียวกันนี้ซื้อประกันบำนาญเพิ่มอีก 100,000 บาท (ไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่ชนเพดานรวมกองทุนเกษียณ 500,000 บาท) จะประหยัดภาษีเพิ่มอีกประมาณ 100,000 × 20% = 20,000 บาท รวมประหยัดภาษีทั้งปีประมาณ 43,000 บาท ตัวเลขนี้เป็นการประมาณการคร่าวๆ ภาระภาษีจริงขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิและค่าลดหย่อนอื่นที่ใช้ร่วมด้วย

สรุปเพดานลดหย่อนประกันทั้งหมด ประหยัดภาษีได้สูงสุดเท่าไหร่

ตัวเลขเพดานลดหย่อนแต่ละหมวดกระจายอยู่หลายหัวข้อข้างต้น ลองรวบเป็นตารางเดียวและคำนวณว่าถ้าใช้สิทธิเต็มทุกหมวด ที่ฐานภาษี 20% เหมือนตัวอย่างข้างต้น จะประหยัดภาษีได้สูงสุดเท่าไหร่

หมวดประกันเพดานลดหย่อนสูงสุดประหยัดภาษีสูงสุด (ฐาน 20%)
ประกันชีวิต + ประกันสุขภาพตัวเอง (รวมกัน)100,000 บาท20,000 บาท
ประกันชีวิตคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้10,000 บาท2,000 บาท
ประกันสุขภาพพ่อแม่ (รวมพ่อแม่คู่สมรส)15,000 บาท3,000 บาท
ประกันชีวิตแบบบำนาญ200,000 บาท40,000 บาท
รวมสูงสุดทั้งหมด325,000 บาท65,000 บาท

ตัวเลข 325,000 บาทนี้คือเพดานทางทฤษฎีหากใช้สิทธิลดหย่อนประกันครบทุกหมวดพร้อมกัน แต่ในทางปฏิบัติมีเงื่อนไขแฝงที่ทำให้หลายคนไปไม่ถึงเพดานเต็ม เช่น สิทธิ 10,000 บาทของคู่สมรสใช้ได้เฉพาะกรณีคู่สมรสไม่มีเงินได้ตลอดปีภาษีเท่านั้น ส่วนเพดาน 200,000 บาทของประกันบำนาญกำหนดไว้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ด้วย ผู้ที่จะใช้สิทธินี้เต็มเพดานจึงต้องมีเงินได้ทั้งปีอย่างน้อยราว 1,333,333 บาทขึ้นไป (200,000 ÷ 15%) คนเงินเดือนทั่วไปที่รายได้ไม่ถึงระดับนี้จะใช้สิทธิบำนาญได้เพียงบางส่วนตามสัดส่วน 15% ของเงินได้จริงเท่านั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: เบี้ยประกันชีวิตที่ซื้อให้คู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ใช้สิทธิลดหย่อนได้ไหม
คำตอบ: ได้ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 10,000 บาทต่อปี แยกวงเงินต่างหากจากสิทธิ 100,000 บาทของตัวเอง โดยคู่สมรสต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ตลอดปีภาษีนั้น

คำถาม: ซื้อประกันช่วงปลายเดือนธันวาคม ใช้สิทธิลดหย่อนของปีนั้นได้เลยไหม
คำตอบ: ได้ สิทธิลดหย่อนคิดตามปีที่จ่ายเบี้ยจริง ไม่ใช่ปีที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง หากจ่ายเบี้ยงวดแรกก่อนวันที่ 31 ธันวาคม ก็นำมาลดหย่อนในปีภาษีนั้นได้ทันที

คำถาม: ยกเลิกกรมธรรม์กลางคันหลังใช้สิทธิลดหย่อนไปแล้ว ต้องคืนภาษีไหม
คำตอบ: หากยกเลิกก่อนครบเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ก่อนครบ 10 ปีสำหรับประกันชีวิตทั่วไป ถือว่าใช้สิทธิลดหย่อนโดยไม่ครบเงื่อนไข ต้องยื่นแบบปรับปรุงและชำระภาษีส่วนที่เคยได้รับลดหย่อนคืนพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย

คำถาม: ประกันกลุ่มที่บริษัทซื้อให้พนักงานทั้งหมด นำมาลดหย่อนภาษีเองได้อีกไหม
คำตอบ: ไม่ได้ เพราะสิทธิลดหย่อนใช้ได้เฉพาะเบี้ยที่จ่ายเองจากเงินได้ของตนเอง หากนายจ้างเป็นผู้ออกเบี้ยประกันกลุ่มให้ทั้งหมดโดยพนักงานไม่ได้จ่ายเอง จะไม่มีสิทธินำมาลดหย่อนภาษีส่วนบุคคลเพิ่มเติม

แหล่งอ้างอิง