ฟรีแลนซ์ต้องยื่นภาษีอะไรบ้าง
รายได้ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 (รับจ้างทำงาน) หรือประเภทที่ 8 (รับเหมา ขายของ ให้บริการอื่น ๆ) ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนสิ้นปีเหมือนบุคคลทั่วไป และถ้ามีเงินได้ประเภทที่ 8 ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 เพิ่มอีกครั้งกลางปีสำหรับรายได้ครึ่งปีแรกด้วย
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง
เงินได้ประเภทที่ 2 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนเงินได้ประเภทที่ 8 อัตราเหมาจะแตกต่างกันไปตามลักษณะงาน บางประเภทหักได้ถึง 40-60% หรือเลือกหักตามจริงก็ได้หากมีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบถ้วนและคำนวณแล้วคุ้มกว่า ควรลองเปรียบเทียบทั้งสองแบบก่อนยื่นทุกปี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลมักหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 3% ของค่าจ้างก่อนโอนเงินให้ ฟรีแลนซ์ควรเก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกงานไว้ให้ครบ เพราะนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องจ่ายจริงตอนยื่นประจำปีได้ ถ้าหักไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริงก็ขอคืนได้เช่นกัน
ประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับฟรีแลนซ์
ฟรีแลนซ์ไม่มีนายจ้างจึงไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 โดยอัตโนมัติ แต่สมัครเข้าระบบมาตรา 40 ได้ด้วยตัวเอง มีให้เลือก 3 ทางเลือกความคุ้มครอง จ่ายเงินสมทบเองทุกเดือนในอัตราที่ต่ำกว่ามาตรา 33 มาก แลกกับสิทธิประโยชน์ที่จำกัดกว่า เป็นทางเลือกที่ช่วยให้มีหลักประกันพื้นฐานยามเจ็บป่วยหรือชราภาพ
เช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษีฟรีแลนซ์
- รวบรวมรายได้ทั้งปีและแยกประเภทเงินได้ให้ถูกต้องก่อนเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย
- เก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายจากทุกงานไว้ใช้เป็นเครดิตภาษี
- ถ้ามีเงินได้ประเภทที่ 8 อย่าลืมยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีด้วย
- พิจารณาสมัครประกันสังคมมาตรา 40 เพื่อมีหลักประกันพื้นฐาน
รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT
ฟรีแลนซ์ที่มีรายได้จากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์ หลังจดทะเบียนแล้วต้องเรียกเก็บ VAT 7% เพิ่มจากค่าบริการที่เรียกเก็บลูกค้า และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แม้เดือนนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ยังต้องยื่นแบบเปล่า หากไม่จดทะเบียนทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์แล้ว อาจถูกกรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ฟรีแลนซ์ที่รายได้ใกล้เกณฑ์นี้จึงควรติดตามยอดรายได้สะสมทั้งปีอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่รอตรวจสอบตอนสิ้นปีเพียงครั้งเดียว
ตัวอย่างการคำนวณภาษีฟรีแลนซ์จริง
สมมติฟรีแลนซ์รับงานออกแบบกราฟิก มีรายได้ทั้งปี 600,000 บาท จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท เนื่องจาก 50% ของ 600,000 บาท เท่ากับ 300,000 บาทซึ่งเกินเพดาน จึงหักค่าใช้จ่ายได้จริงเพียง 100,000 บาท เหลือเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย 500,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท เหลือเงินได้สุทธิ 440,000 บาท คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้นภาษี ช่วง 150,001-300,000 บาท เสียภาษี 5% คิดเป็น 7,500 บาท ช่วง 300,001-440,000 บาท เสียภาษี 10% คิดเป็น 14,000 บาท รวมภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีประมาณ 21,500 บาท (ตัวอย่างนี้ยังไม่รวมค่าลดหย่อนอื่น เช่น ประกันสังคมมาตรา 40 หรือกองทุน SSF ซึ่งช่วยลดภาษีได้เพิ่มเติม) หากระหว่างปีถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้รวมมากกว่า 21,500 บาท ก็มีสิทธิยื่นขอคืนภาษีส่วนต่างจากกรมสรรพากรได้
เทียบภาษีฟรีแลนซ์ 3 ระดับรายได้
เพดานหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาที่ 100,000 บาทมีผลกระทบต่างกันมากตามระดับรายได้ ลองดูตัวอย่าง 3 ระดับรายได้ทั้งปีของฟรีแลนซ์เงินได้ประเภทที่ 2 โดยใช้วิธีคำนวณเดียวกับตัวอย่างข้างต้น (หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท)
| รายได้ทั้งปี | ค่าใช้จ่ายเหมา (หักได้จริง) | เงินได้สุทธิ | ภาษีทั้งปี | อัตราภาษีเฉลี่ยจริง |
|---|---|---|---|---|
| 300,000 บาท | 100,000 บาท | 140,000 บาท | 0 บาท | 0% |
| 600,000 บาท | 100,000 บาท | 440,000 บาท | 21,500 บาท | 3.6% |
| 1,200,000 บาท | 100,000 บาท | 1,040,000 บาท | 125,000 บาท | 10.4% |
สังเกตว่ายอดหักค่าใช้จ่ายเหมาคงที่อยู่ที่ 100,000 บาทเท่ากันทั้ง 3 ระดับ เพราะรายได้ทุกระดับในตารางนี้คำนวณ 50% แล้วเกินเพดานอยู่แล้ว นั่นหมายความว่ายิ่งรายได้สูงขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายที่หักได้จริงเทียบกับรายได้รวมจะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ (จาก 33% ของรายได้ที่ระดับ 300,000 บาท เหลือเพียง 8% ของรายได้ที่ระดับ 1,200,000 บาท) ทำให้เงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีโตเร็วกว่ารายได้จริง และภาษีก็เร่งตัวขึ้นตามไปด้วย ฟรีแลนซ์ที่รายได้สูงและมีค่าใช้จ่ายจริงในการทำงานเกิน 100,000 บาทต่อปี จึงมักคุ้มกว่าถ้าเปลี่ยนไปหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทนแบบเหมา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของฟรีแลนซ์เรื่องภาษี
- ลืมยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีสำหรับเงินได้ประเภทที่ 8 ทำให้ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภายหลังเมื่อกรมสรรพากรตรวจพบ
- ไม่เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากทุกงาน จนหาไม่เจอตอนยื่นภาษีสิ้นปี ทำให้ใช้เครดิตภาษีไม่ได้เต็มจำนวน
- ไม่ติดตามยอดรายได้สะสมทั้งปี จนพลาดเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทที่ต้องจดทะเบียน VAT และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
- เลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาโดยไม่เปรียบเทียบกับหักตามจริงทุกปี ทั้งที่บางปีมีค่าใช้จ่ายจริงในการทำงานสูงกว่าอัตราเหมามาก
- คิดว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีจึงไม่ต้องยื่นแบบเลย ทั้งที่จริงต้องยื่นแบบภาษีทุกปีหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น แม้คำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องจ่ายเพิ่มก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม ฟรีแลนซ์ต้องจ่ายภาษีล่วงหน้าทุกเดือนเหมือนพนักงานประจำไหม
ไม่ต้อง ฟรีแลนซ์ไม่มีนายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือนแบบพนักงานประจำ แต่หากมีเงินได้ประเภทที่ 8 ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 กลางปีในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน (ยื่นออนไลน์มักขยายเวลาได้ถึงราวต้นเดือนตุลาคม) และยื่น ภ.ง.ด.90 สรุปทั้งปีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป
คำถาม มีรายได้จากหลายช่องทาง ต้องรวมยื่นภาษีทั้งหมดไหม
ต้องรวม เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดจากเงินได้สุทธิรวมทั้งปีของบุคคลคนเดียว ไม่ว่าจะมาจากเงินเดือนประจำ งานฟรีแลนซ์ หรือรายได้อื่นใด ต้องนำมารวมยื่นในแบบเดียวกัน
คำถาม หัก ณ ที่จ่ายไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง ขอคืนได้ไหม
ได้ ยื่นแบบภาษีตามปกติแล้วระบุขอคืนเงินภาษีในระบบ กรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนไว้ ระยะเวลาคืนเงินขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและช่องทางที่ยื่น
คำถาม ไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจ ยังนับเป็นฟรีแลนซ์ที่ต้องยื่นภาษีไหม
ต้องยื่น เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคิดจากรายได้ของบุคคล ไม่ใช่จากการจดทะเบียนธุรกิจ ฟรีแลนซ์ที่ไม่ได้จดทะเบียนบริษัทหรือร้านค้าก็ยังมีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดิมตราบใดที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่น