กำไรจากคริปโต ถือเป็นเงินได้ประเภทไหน
กำไรจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ฌ) ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราขั้นบันได เช่นเดียวกับเงินได้ประเภทอื่น ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตอนต้นปีถัดไป กำไรที่ต้องนำมาคำนวณคือส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนที่ซื้อมา ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมด และคิดแยกเป็นรายเหรียญ รายธุรกรรม ไม่สามารถนำกำไรเหรียญหนึ่งไปหักลบขาดทุนอีกเหรียญหนึ่งข้ามปีภาษีได้ตามใจชอบ
มาตรการยกเว้นภาษีปี 2568-2572
รัฐบาลออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล ที่ทำผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. (เช่น ศูนย์ซื้อขายหรือนายหน้าที่ได้รับอนุญาต) ในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 หากซื้อขายนอกช่องทางที่ได้รับอนุญาต เช่น ซื้อขายแบบ peer-to-peer กับบุคคลอื่นโดยตรง หรือผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย เงื่อนไขยกเว้นนี้จะไม่ครอบคลุม และยังต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ปกติ ข้อสำคัญคือมาตรการนี้ครอบคลุมเฉพาะ "กำไรจากการขาย" (capital gains) เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมเงินได้ประเภทอื่นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น ผลตอบแทนจากการ staking หรือเหรียญที่ได้รับจาก airdrop
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ยังต้องเสียไหม
เดิมกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แต่มีการยกเว้นภาระนี้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2567 ไม่ว่าจะซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขาย นายหน้า หรือผู้ค้าที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ยังควรเก็บหลักฐานการซื้อขายไว้ครบถ้วน เพราะกำไรนอกช่วงยกเว้นภาษียังต้องนำไปยื่นแบบภาษีเงินได้ประจำปีตามปกติ
สิ่งที่นักลงทุนคริปโตควรทำ
- เก็บประวัติการซื้อขายทุกรายการไว้ เพื่อคำนวณกำไรขาดทุนแต่ละรอบให้ถูกต้อง
- ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มที่ใช้ซื้อขายได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ เพื่อประเมินว่าเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีหรือไม่
- ติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ เพราะมาตรการภาษีคริปโตมีการปรับปรุงอยู่เป็นระยะ
ขุดเหรียญ ได้ staking หรือแจก airdrop ต้องเสียภาษีไหม
เงินได้จากคริปโตไม่ได้มีแค่กำไรจากการซื้อขาย แต่ละที่มาถูกจัดเป็นเงินได้คนละประเภทและมีจุดที่ต้องเสียภาษีต่างกัน การขุดเหรียญ (mining) เอง ตราบใดที่ยังไม่ขายหรือแลกเปลี่ยนเหรียญที่ขุดได้ ยังไม่ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษีทันที แต่เมื่อใดที่นำเหรียญนั้นไปขายหรือแลกเปลี่ยน มูลค่าที่ได้รับจึงถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณ ส่วนผลตอบแทนจากการ staking (ฝากเหรียญไว้รับดอกผล) และเหรียญที่ได้รับฟรีจากกิจกรรม airdrop ถือเป็นเงินได้ตามมูลค่าตลาด ณ วันที่ได้รับทันที ไม่ใช่รอถึงวันขาย และไม่ได้อยู่ในข่ายมาตรการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายที่กล่าวไปข้างต้น จึงต้องนำมูลค่า ณ วันได้รับไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ
วิธีคำนวณต้นทุนแบบ FIFO กับถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่
เมื่อซื้อเหรียญเดียวกันหลายครั้งในราคาต่างกัน การคำนวณต้นทุนตอนขายทำได้สองวิธีตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรยอมรับ วิธีแรกคือ FIFO (เข้าก่อนออกก่อน) คือเมื่อขายเหรียญออกไป ให้ใช้ต้นทุนของเหรียญที่ซื้อเข้ามาก่อนสุดเป็นฐานคำนวณกำไรขาดทุน วิธีที่สองคือต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) คือคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญทั้งหมดที่ถืออยู่ใหม่ทุกครั้งที่มีการซื้อเพิ่ม เมื่อเลือกใช้วิธีใดแล้วต้องใช้วิธีนั้นสม่ำเสมอตลอดทั้งปีภาษี จะเปลี่ยนวิธีคำนวณได้ในปีภาษีถัดไปเท่านั้น ไม่สามารถสลับไปมาระหว่างปีเดียวกันเพื่อเลือกผลลัพธ์ที่ให้ภาษีน้อยที่สุดได้
ตัวอย่างการคำนวณภาษีจริง
สมมตินักลงทุนซื้อเหรียญ A ครั้งแรก 10,000 บาท ต่อมาซื้อเพิ่มอีกล็อตในราคา 15,000 บาท จำนวนเหรียญเท่ากัน หากใช้วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12,500 บาทต่อล็อต เมื่อขายออกไปหนึ่งล็อตได้เงิน 20,000 บาท ผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ภายในช่วงปี 2568-2572 กำไร 7,500 บาทส่วนนี้เข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีทั้งจำนวน ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้เลย แต่ถ้าธุรกรรมเดียวกันนี้ทำผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย กำไร 7,500 บาทต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นทั้งปีแล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดตามปกติ ซึ่งอาจเสียภาษีในอัตราที่แตกต่างกันไปตามฐานเงินได้รวมของแต่ละคน
ตารางสรุป เงินได้คริปโตแต่ละประเภท เสียภาษีตอนไหน
บทความนี้พูดถึงเงินได้คริปโตหลายประเภทกระจายอยู่หลายหัวข้อ ลองรวบเป็นตารางเดียวเพื่อดูภาพรวมว่าแต่ละประเภทเสียภาษีตอนไหน และเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษี 2568-2572 หรือไม่
| ประเภทเงินได้ | จุดที่ต้องเสียภาษี | เข้าเกณฑ์ยกเว้นภาษี 2568-2572 | ฐานภาษีที่ใช้คำนวณ |
|---|---|---|---|
| กำไรจากขาย ผ่านแพลตฟอร์มมีใบอนุญาต ก.ล.ต. | ตอนขายทำกำไร | เข้าเกณฑ์ ยกเว้นทั้งจำนวน | ไม่ต้องคำนวณภาษี |
| กำไรจากขาย ผ่าน P2P หรือแพลตฟอร์มไม่มีใบอนุญาต | ตอนขายทำกำไร | ไม่เข้าเกณฑ์ | ราคาขาย - ต้นทุน รวมคำนวณภาษีขั้นบันได |
| ผลตอบแทนจาก staking | ทันทีที่ได้รับ | ไม่เข้าเกณฑ์ (ไม่ใช่กำไรจากขาย) | มูลค่าตลาด ณ วันที่ได้รับ |
| เหรียญที่ได้จาก airdrop | ทันทีที่ได้รับ | ไม่เข้าเกณฑ์ (ไม่ใช่กำไรจากขาย) | มูลค่าตลาด ณ วันที่ได้รับ |
| ขุดเหรียญ (mining) | ตอนขายหรือแลกเปลี่ยนเหรียญที่ขุดได้ ไม่ใช่ตอนขุด | ขึ้นกับช่องทางที่ใช้ขายตอนนั้น | มูลค่าที่ได้รับตอนขาย/แลกเปลี่ยน |
| แปลง crypto-to-crypto | ทันทีที่แลกเปลี่ยน | ขึ้นกับช่องทางที่ใช้แลกเปลี่ยน | ส่วนต่างมูลค่า ณ วันแลกเปลี่ยน |
จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดในตารางนี้คือแถว staking และ airdrop เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าเข้าเงื่อนไขยกเว้นภาษีเหมือนกำไรจากการขาย ทั้งที่มาตรการยกเว้นครอบคลุมเฉพาะ "กำไรจากการขาย" ผ่านช่องทางที่มีใบอนุญาตเท่านั้น เงินได้ที่เกิดขึ้นทันทีตอนได้รับเหรียญแบบ staking กับ airdrop จึงต้องเสียภาษีเสมอไม่ว่าจะซื้อขายผ่านช่องทางไหนก็ตาม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่ามาตรการยกเว้นภาษี 2568-2572 ครอบคลุมคริปโตทุกกรณีโดยอัตโนมัติ ทั้งที่จริงต้องซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เท่านั้น หลายคนที่เทรดผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศจึงพลาดคิดว่าตัวเองไม่ต้องเสียภาษี อีกจุดที่พลาดบ่อยคือลืมนับรวมเงินได้จาก staking และ airdrop ว่าต้องเสียภาษีแยกจากกำไรจากการขาย และไม่ได้เก็บหลักฐานราคาตลาด ณ วันที่ได้รับเหรียญเหล่านี้ไว้ ทำให้คำนวณภาษีย้อนหลังยาก นอกจากนี้บางคนสลับใช้วิธีคำนวณต้นทุนระหว่าง FIFO กับถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ในปีภาษีเดียวกันเพื่อลดภาษี ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
คำถาม: ถือเหรียญไว้เฉย ๆ ไม่ได้ขาย ต้องเสียภาษีไหม
คำตอบ: ไม่ต้อง ตราบใดที่ยังไม่ขาย แลกเปลี่ยน หรือนำไปใช้จ่าย มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเหรียญที่ถืออยู่ยังไม่ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ภาษีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการรับรู้กำไรจริงจากการขายหรือแลกเปลี่ยนเท่านั้น
คำถาม: ขาดทุนจากคริปโตเอาไปหักลบกำไรได้ไหม
คำตอบ: ได้ในบางกรณี หากเป็นการซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. และเป็นรายการที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกัน สามารถนำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไรก่อนคำนวณภาษีได้ แต่หากซื้อขายนอกช่องทางที่ได้รับอนุญาต การหักกลบลักษณะนี้จะไม่สามารถทำได้
คำถาม: แปลงเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญหนึ่ง (crypto-to-crypto) โดยไม่ได้แปลงเป็นเงินบาท ต้องเสียภาษีไหม
คำตอบ: ต้องเสีย เพราะถือเป็นการขายเหรียญเดิมแล้วนำเงินไปซื้อเหรียญใหม่ในทางภาษี หากมีกำไรจากส่วนต่างมูลค่า ณ วันที่แลกเปลี่ยน ต้องนำมาคำนวณภาษีเช่นเดียวกับการขายเป็นเงินบาทปกติ
คำถาม: ไม่ได้ยื่นภาษีกำไรคริปโตที่เกิดก่อนปี 2568 จะเป็นอย่างไร
คำตอบ: มาตรการยกเว้นภาษีมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไปเท่านั้น ไม่มีผลย้อนหลังไปถึงกำไรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น หากมีกำไรที่ยังไม่เคยยื่นภาษีในปีก่อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อตรวจสอบภาระที่อาจค้างอยู่และแนวทางแก้ไขให้ถูกต้อง