บัตรเครดิต · อ่าน 4 นาที

บัตรกดเงินสด
คืออะไร ต่างจากบัตรเครดิตแค่ไหน?

บัตรกดเงินสดมักถูกโฆษณาว่าอนุมัติง่าย กดใช้ได้ทันทีที่ตู้เอทีเอ็ม แต่มีจุดต่างสำคัญจากบัตรเครดิตที่ทำให้ต้นทุนการใช้เงินสูงกว่ามาก มาทำความเข้าใจก่อนสมัคร

บัตรกดเงินสดคืออะไร ทำงานอย่างไร

บัตรกดเงินสดคือสินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบวงเงินหมุนเวียน (Revolving Credit) ที่ออกในรูปบัตรพลาสติกคล้ายบัตรเครดิต ใช้กดเงินสดออกมาใช้ได้จากตู้เอทีเอ็มโดยตรง ต่างจากบัตรเครดิตที่เน้นรูดซื้อสินค้าและบริการ เมื่อชำระคืนเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมด วงเงินจะกลับมาให้ใช้ใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องขอสินเชื่อใหม่ ดอกเบี้ยเริ่มคิดตั้งแต่วันที่กดเงินออกจากตู้ทันที ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต

ต่างจากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างไร

บัตรเครดิตมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยหากจ่ายเต็มจำนวนตรงเวลา และใช้รูดซื้อสินค้าได้โดยตรงตามร้านค้าที่รับบัตร ส่วนบัตรกดเงินสดไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ยเลย ดอกเบี้ยเดินตั้งแต่วันที่เบิกใช้ และส่วนใหญ่ใช้ได้แค่การกดเงินสดหรือโอนเข้าบัญชี ไม่สามารถรูดซื้อสินค้าได้ ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลแบบก้อนเดียว (Term Loan) จะโอนเงินก้อนเข้าบัญชีครั้งเดียวและผ่อนชำระเป็นงวดคงที่ตามกำหนด ต่างจากบัตรกดเงินสดที่เป็นวงเงินหมุนเวียนใช้เท่าที่จำเป็นและจ่ายคืนแบบยืดหยุ่นกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะก่อหนี้เพิ่มเรื่อยๆ ได้ง่ายกว่าเช่นกัน เพราะวงเงินกลับมาใช้ใหม่ได้ทันทีทุกครั้งที่ชำระคืน

ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคิดอย่างไร

บัตรกดเงินสดส่วนใหญ่จัดอยู่ในหมวดสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. จึงอยู่ภายใต้เพดานดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าธรรมเนียมรวมกันไม่เกิน 25% ต่อปี คำนวณแบบลดต้นลดดอกเช่นเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป แต่ผู้ให้บริการบางรายเป็นสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์หรือพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งมีเพดานดอกเบี้ยสูงกว่า คือไม่เกิน 33% ต่อปีสำหรับนาโนไฟแนนซ์ และไม่เกิน 36% ต่อปีสำหรับพิโกไฟแนนซ์วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท ก่อนสมัครจึงควรเช็กให้ชัดว่าผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะสมัครอยู่ในหมวดใด เพราะเพดานดอกเบี้ยต่างกันมาก นอกจากดอกเบี้ยแล้วยังอาจมีค่าธรรมเนียมกดเงินสดต่อครั้งและค่าธรรมเนียมรายปีแยกต่างหากด้วย

ควรใช้บัตรกดเงินสดเมื่อไหร่

บัตรกดเงินสดเหมาะสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการเงินสดเร่งด่วนจริงๆ และมั่นใจว่าจะจ่ายคืนได้เร็วภายในเวลาสั้น เพราะดอกเบี้ยเดินทุกวันตั้งแต่วันที่กดเงิน ไม่เหมาะกับการใช้เป็นแหล่งเงินสำรองระยะยาวหรือใช้จ่ายเป็นประจำ เพราะภาระดอกเบี้ยจะสะสมเร็วกว่าที่คิด ก่อนสมัครควรเทียบเพดานดอกเบี้ยที่แท้จริงของแต่ละผู้ให้บริการ และพิจารณาว่ามีทางเลือกอื่นที่ต้นทุนถูกกว่า เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลแบบก้อนเดียวที่มักมีเพดานดอกเบี้ยต่ำกว่า หรือขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักก่อน หากมีบัตรกดเงินสดหลายใบพร้อมกัน ควรระวังไม่ให้ยอดหนี้รวมเกินความสามารถในการชำระคืน