ภาษีรถยนต์กับ พ.ร.บ. ต่างกันอย่างไร
พ.ร.บ. หรือชื่อเต็มคือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพของผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทุกฝ่าย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิด ส่วนภาษีรถยนต์ประจำปีคือค่าธรรมเนียมที่เจ้าของรถต้องจ่ายให้กรมการขนส่งทางบกทุกปี เพื่อนำไปใช้ดูแลระบบคมนาคมและงบประมาณที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองอย่างเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง แต่มีจุดร่วมคือต้องต่ออายุทุกปีและมีบทลงโทษหากปล่อยขาด ที่สำคัญคือกรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุก่อน จึงจะสามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ ดังนั้นควรต่อ พ.ร.บ. ก่อนเสมอทุกครั้งที่ใกล้ครบกำหนด
คำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีอย่างไร
ภาษีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน คำนวณตามความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์ (ซีซี) แบบขั้นบันได โดย 600 ซีซีแรกคิดซีซีละ 0.50 บาท ซีซีที่ 601-1,800 คิดซีซีละ 1.50 บาท และส่วนที่เกิน 1,800 ซีซี คิดซีซีละ 4 บาท ยิ่งเครื่องยนต์มีความจุมากภาษีก็ยิ่งสูงขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้รถที่จดทะเบียนมาแล้วตั้งแต่ปีที่ 6 เป็นต้นไปจะได้รับส่วนลดภาษีเพิ่มขึ้นปีละ 10% เริ่มจากลด 10% ในปีที่ 6 ไปจนลดสูงสุด 50% เมื่อรถมีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ทำให้รถเก่าอายุมากมักเสียภาษีถูกกว่ารถรุ่นใหม่ที่ซีซีเท่ากัน
เอกสารที่ต้องใช้และช่องทางต่อภาษี
เอกสารหลักที่ต้องเตรียมคือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (ใช้ตัวจริงหรือสำเนาก็ได้) และกรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหรือรถกระบะที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี ต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) เพิ่มด้วย ส่วนช่องทางต่อภาษีทำได้หลายทาง ทั้งยื่นที่สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศโดยไม่ต้องกลับไปต่อที่จังหวัดที่จดทะเบียนไว้ จุดบริการเลื่อนล้อต่อภาษีตามที่กรมขนส่งจัดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือต่อผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสามารถยื่นต่อภาษีล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วันก่อนวันหมดอายุ
ค่าปรับถ้าลืมต่อ หรือปล่อยขาดนาน
หากปล่อยให้ภาษีรถยนต์ขาดต่อแม้เพียง 1 วัน จะเริ่มมีค่าปรับในอัตราร้อยละ 1 ของค่าภาษีต่อเดือน โดยเศษของเดือนนับเป็น 1 เดือนเต็ม ยิ่งปล่อยขาดนานค่าปรับก็ยิ่งสะสมมากขึ้น และหากขาดต่อภาษีติดต่อกันนานเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับ ป้ายทะเบียนถูกยกเลิกไปเลย ต้องดำเนินการขอจดทะเบียนรถใหม่กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งยุ่งยากและเสียเวลากว่าการต่อภาษีตามปกติมาก จึงควรตั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าไว้ และต่อทั้งภาษีและ พ.ร.บ. ให้ตรงเวลาทุกปีเพื่อเลี่ยงปัญหาที่ตามมา