การออกรถ · อ่าน 8 นาที

รถถูกยึดเพราะผ่อนไม่ไหว
ต้องรู้อะไรบ้าง?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

ค้างค่างวดรถไม่กี่เดือนก็อาจถูกยึดได้ แต่ไฟแนนซ์ก็มีขั้นตอนที่ต้องทำตามกฎหมาย และหลังขายทอดตลาดแล้วอาจไม่ใช่จบแค่เสียรถ

ค้างค่างวดกี่เดือนถึงถูกยึดรถได้

ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) จะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ก็ต่อเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 งวด ไม่ใช่ค้างเพียงงวดเดียวหรือสองงวดแล้วยึดได้ทันที ระหว่างนั้นไฟแนนซ์บางรายอาจโทรทวงถามหรือส่งจดหมายเตือนก่อนครบ 3 งวดเพื่อให้ผู้เช่าซื้อรีบจ่ายตามให้ทัน

คำว่า "ติดต่อกัน" มีความหมายตามตัวอักษร คือถ้าค้าง 2 งวดแล้วจ่ายงวดที่ 3 ทัน การนับจำนวนงวดที่ค้างจะเริ่มนับใหม่จากศูนย์ ไม่สะสมข้ามรอบ เพราะฉะนั้นการรีบจ่ายแม้เพียงงวดเดียวเพื่อตัดวงจรการค้างติดต่อกันก็ช่วยให้ไม่เข้าเงื่อนไขที่ไฟแนนซ์จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ผู้เช่าซื้อควรตรวจสอบวันที่ชำระแต่ละงวดจากใบเสร็จหรือแอปของไฟแนนซ์ให้ชัดเจน เพราะบางครั้งเงินโอนล่าช้าข้ามวันหรือระบบตัดยอดผิดคิว อาจทำให้ตัวเลขงวดที่ค้างไม่ตรงกับที่ผู้เช่าซื้อเข้าใจ

ไฟแนนซ์ต้องแจ้งเตือนก่อนยึดรถหรือไม่

เมื่อผิดนัดครบเงื่อนไขที่จะบอกเลิกสัญญาได้แล้ว กฎหมายยังกำหนดให้ไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้เช่าซื้อ กำหนดระยะเวลาให้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ หากยังไม่ชำระภายในกำหนดนี้ไฟแนนซ์จึงจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและติดตามยึดรถคืนได้ตามกฎหมาย รวมเวลาคร่าวๆ จากเริ่มค้างงวดแรกจนถึงวันที่ถูกยึดจริงมักไม่ต่ำกว่า 4 เดือน การยึดรถโดยไม่มีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าตามขั้นตอนนี้ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

หนังสือแจ้งเตือนต้องส่งไปยังที่อยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ส่วนใหญ่ส่งเป็นไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเพื่อให้มีหลักฐานวันที่ได้รับ การนับ 30 วันเริ่มนับจากวันที่ผู้เช่าซื้อ "ได้รับ" หนังสือจริง ไม่ใช่วันที่ไฟแนนซ์ส่งออกจากที่ทำการไปรษณีย์ หากผู้เช่าซื้อย้ายที่อยู่แล้วไม่ได้แจ้งไฟแนนซ์ให้ปรับปรุงข้อมูล อาจทำให้พลาดหนังสือฉบับนี้โดยไม่รู้ตัว จึงควรแจ้งเปลี่ยนที่อยู่กับไฟแนนซ์ทุกครั้งที่ย้ายบ้าน และหมั่นเช็กไปรษณีย์หรือกล่องจดหมายในช่วงที่ค้างค่างวด

ขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอ ต้องจ่ายส่วนต่างไหม

เมื่อยึดรถคืนแล้ว ไฟแนนซ์จะนำรถไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาหักลบกับยอดหนี้คงเหลือ หากขายได้เงินไม่พอชำระหนี้ที่เหลือ ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบส่วนต่างนั้น แต่ภายใต้กติกาที่คุมเข้มขึ้น ผู้เช่าซื้อรับผิดชอบเฉพาะส่วนของเงินต้นที่ยังขาดอยู่เท่านั้น ไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากสัญญาเช่าซื้อรุ่นเก่าที่เคยเรียกเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้ารวมไปด้วย ในทางกลับกันหากขายทอดตลาดได้เงินมากกว่ายอดหนี้คงเหลือ ส่วนเกินนั้นไฟแนนซ์ต้องคืนให้ผู้เช่าซื้อ ไม่ใช่ริบไว้เอง

ก่อนนำรถออกขายทอดตลาด ไฟแนนซ์ต้องแจ้งวัน เวลา และสถานที่ขายให้ผู้เช่าซื้อทราบล่วงหน้าอีกครั้งเป็นหนังสือ เพื่อให้มีโอกาสเข้าร่วมดูการประมูลหรือหาผู้ซื้อรายอื่นมาประมูลแข่งราคาได้ หากไฟแนนซ์ขายรถในราคาต่ำผิดปกติโดยไม่มีการแจ้งหรือไม่เปิดให้มีการแข่งราคาอย่างเป็นธรรม ผู้เช่าซื้อมีสิทธิโต้แย้งยอดส่วนต่างที่ถูกเรียกเก็บได้ เพราะกฎหมายกำหนดให้การขายต้องเป็นไปโดยสุจริตและได้ราคาที่เหมาะสมตามสภาพตลาด ไม่ใช่ขายเร่งเพื่อให้ได้ราคาต่ำแล้วผลักภาระส่วนต่างทั้งหมดมาที่ผู้เช่าซื้อ

เริ่มผ่อนไม่ไหว ควรทำอย่างไรก่อนถูกยึด

ถูกยึดรถไม่เป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่ไหน

หากถูกยึดรถโดยไม่ครบขั้นตอนตามกฎหมาย เช่น ค้างไม่ถึง 3 งวดหรือไม่มีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน หรือถูกเรียกเก็บส่วนต่างเกินสิทธิที่กฎหมายกำหนด สามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 หรือปรึกษาสภาองค์กรของผู้บริโภคเพื่อขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ยังสามารถยื่นเรื่องต่อศาลได้โดยตรงหากมูลค่าความเสียหายไม่สูงมาก เพราะคดีผู้บริโภคมีขั้นตอนที่ง่ายกว่าคดีทั่วไป ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลก่อนฟ้อง และไม่จำเป็นต้องมีทนายความก็ยื่นฟ้องเองได้ ควรเก็บสำเนาสัญญาเช่าซื้อ ใบเสร็จค่างวดทุกงวด และหนังสือแจ้งเตือนทุกฉบับไว้เป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียนหรือฟ้องร้อง

ตัวอย่างการคำนวณส่วนต่างหลังขายทอดตลาด

สมมติซื้อรถราคา 650,000 บาท ดาวน์ 100,000 บาท ยอดจัดไฟแนนซ์ 550,000 บาท ผ่อนมาแล้ว 20 งวดจากทั้งหมด 60 งวด แล้วเริ่มค้างชำระ 3 งวดติดต่อกันจนถูกยึดรถ ยอดเงินต้นคงเหลือตามตารางผ่อนชำระ ณ วันที่ถูกยึดอยู่ที่ประมาณ 380,000 บาท ไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาดได้ 300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายในการติดตามและขายทอดตลาดตามจริง เช่น ค่าลากรถ ค่าเก็บรักษา และค่าประกาศขาย รวม 15,000 บาท เหลือเงินสุทธิจากการขาย 285,000 บาท เมื่อนำไปหักกับเงินต้นคงเหลือ 380,000 บาท จะเหลือส่วนต่างที่ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบ 95,000 บาท โดยเป็นภาระเฉพาะส่วนเงินต้น ไม่รวมดอกเบี้ยของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด ยอดจริงของแต่ละคนขึ้นอยู่กับตารางผ่อนชำระและราคาขายทอดตลาดที่แตกต่างกัน ควรขอใบแจ้งยอดหนี้คงเหลือและรายละเอียดการขายทอดตลาดจากไฟแนนซ์เพื่อตรวจสอบตัวเลขจริงทุกครั้ง

ราคาขายทอดตลาดต่างกัน ส่วนต่างที่ต้องจ่ายต่างกันแค่ไหน

ตัวอย่างข้างต้นตรึงเงินต้นคงเหลือไว้ที่ 380,000 บาท และค่าใช้จ่ายติดตาม/เก็บรักษาไว้ที่ 15,000 บาทเท่ากันทุกกรณี แล้วลองเปลี่ยนแค่ราคาที่ขายทอดตลาดได้ เพื่อให้เห็นว่าทำไมมาตรา 3 ในบทความก่อนหน้าถึงย้ำเรื่องสิทธิโต้แย้งราคาขายที่ต่ำผิดปกติ:

ราคาขายทอดตลาด250,000 บาท300,000 บาท350,000 บาท400,000 บาท
หักค่าใช้จ่ายติดตาม/เก็บรักษา 15,000 บาท235,000 บาท285,000 บาท335,000 บาท385,000 บาท
เงินต้นคงเหลือ (คงที่)380,000 บาท380,000 บาท380,000 บาท380,000 บาท
ผลลัพธ์ต้องจ่ายส่วนต่าง 145,000 บาทต้องจ่ายส่วนต่าง 95,000 บาทต้องจ่ายส่วนต่าง 45,000 บาทได้เงินคืน 5,000 บาท

ช่วงราคาขาย 250,000-400,000 บาทเปลี่ยนผลลัพธ์จากต้องจ่ายเพิ่ม 145,000 บาท ไปเป็นได้เงินคืน 5,000 บาท ด้วยรถคันเดียวกัน หนี้ก้อนเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่กฎหมายกำหนดให้ไฟแนนซ์ต้องแจ้งวันขายทอดตลาดล่วงหน้าและขายโดยสุจริตตามสภาพตลาด เพราะแค่ราคาขายต่ำกว่าราคาตลาดจริงหลักหมื่นก็ทำให้ผู้เช่าซื้อต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นมหาศาลโดยไม่จำเป็น หากพบว่าราคาที่ขายได้ต่ำผิดปกติเทียบกับสภาพรถและราคาตลาดช่วงนั้น ควรขอดูรายละเอียดการประมูลและโต้แย้งยอดส่วนต่างก่อนยอมจ่ายตามที่ไฟแนนซ์เรียกเก็บ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อรถถูกยึด

หลายคนเข้าใจผิดว่าคืนรถเองให้ไฟแนนซ์แล้วหนี้จะจบทันที ความจริงคือหนี้ยังไม่จบจนกว่าจะขายทอดตลาดเสร็จและคำนวณส่วนต่างแล้ว การคืนรถเพียงตัดภาระดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้น อีกความเข้าใจผิดคือคิดว่าค้างงวดแค่ 1-2 งวดไฟแนนซ์ยึดได้ทันที ทำให้บางคนรีบยอมเซ็นคืนรถทั้งที่ยังไม่ครบเงื่อนไขตามกฎหมาย บางคนไม่ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือก่อนเซ็นหนังสือรับสภาพหนี้ ทำให้ยอมรับตัวเลขที่ไฟแนนซ์คำนวณมาโดยไม่ได้ตรวจทาน และบางคนไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิเข้าร่วมหรือติดตามการขายทอดตลาด จึงไม่ได้ตรวจสอบว่าราคาที่ขายได้เหมาะสมกับสภาพรถหรือไม่

ไถ่รถคืนได้ไหมหลังถูกยึด

หลังไฟแนนซ์ยึดรถไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำออกขายทอดตลาด ผู้เช่าซื้อยังมีโอกาสเจรจาขอไถ่รถคืนได้โดยชำระค่างวดที่ค้างทั้งหมดพร้อมค่าใช้จ่ายในการติดตามยึดรถตามจริง เช่น ค่าลากรถและค่าเก็บรักษา ไฟแนนซ์แต่ละแห่งมีนโยบายและระยะเวลาที่ยอมให้ไถ่คืนแตกต่างกัน บางรายให้เวลาไม่กี่วันก่อนส่งรถเข้าสู่กระบวนการขายทอดตลาด จึงควรติดต่อฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของไฟแนนซ์ทันทีหลังถูกยึดเพื่อสอบถามเงื่อนไขการไถ่คืน อีกทางเลือกคือการเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เช่น ยืดงวดผ่อนหรือลดค่างวดต่อเดือน เพื่อรับรถกลับไปใช้ต่อโดยไม่ต้องรอถึงขั้นขายทอดตลาด

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: ค้าง 2 งวดแล้วรีบจ่ายงวดที่ 3 ทัน นับใหม่ไหม
คำตอบ: นับใหม่ เพราะกฎหมายใช้คำว่าผิดนัดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 งวด เมื่อจ่ายคั่นกลางแล้วถือว่าการค้างติดต่อกันขาดตอน ต้องเริ่มนับใหม่จากศูนย์

คำถาม: ไฟแนนซ์ให้คนมายึดรถกลางดึกโดยไม่มีหนังสือแจ้งล่วงหน้า ทำได้ไหม
คำตอบ: ทำไม่ได้ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง หากยังไม่ค้างครบ 3 งวดหรือยังไม่มีหนังสือแจ้งเตือน 30 วัน การยึดรถลักษณะนี้ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและร้องเรียนได้

คำถาม: ผ่อนมาเกือบหมดแล้วแต่ค้าง 3 งวดสุดท้าย ยังต้องเสียส่วนต่างไหม
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับยอดเงินต้นคงเหลือเทียบกับราคาขายทอดตลาด ถ้าผ่อนมานานเงินต้นคงเหลือน้อย มีโอกาสสูงที่ขายทอดตลาดจะได้เงินพอหรือมากกว่า ทำให้ไม่ต้องจ่ายส่วนต่างหรืออาจได้เงินส่วนเกินคืนด้วยซ้ำ

คำถาม: ประวัติถูกยึดรถจะติดเครดิตบูโรนานแค่ไหน
คำตอบ: เครดิตบูโรเก็บและอัปเดตประวัติบัญชีแบบหมุนเวียนครั้งละ 36 เดือน นับจากเดือนที่สถาบันการเงินรายงานข้อมูลล่าสุด ตราบใดที่บัญชียังไม่ปิดหรือยังมีหนี้ค้าง ข้อมูลจะยังปรากฏต่อเนื่อง จึงควรรีบเคลียร์ส่วนต่างที่ค้างให้จบโดยเร็วที่สุด