ค้างค่างวดกี่เดือนถึงถูกยึดรถได้
ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) จะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ก็ต่อเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 งวด ไม่ใช่ค้างเพียงงวดเดียวหรือสองงวดแล้วยึดได้ทันที ระหว่างนั้นไฟแนนซ์บางรายอาจโทรทวงถามหรือส่งจดหมายเตือนก่อนครบ 3 งวดเพื่อให้ผู้เช่าซื้อรีบจ่ายตามให้ทัน
ไฟแนนซ์ต้องแจ้งเตือนก่อนยึดรถหรือไม่
เมื่อผิดนัดครบเงื่อนไขที่จะบอกเลิกสัญญาได้แล้ว กฎหมายยังกำหนดให้ไฟแนนซ์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้เช่าซื้อ กำหนดระยะเวลาให้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ หากยังไม่ชำระภายในกำหนดนี้ไฟแนนซ์จึงจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและติดตามยึดรถคืนได้ตามกฎหมาย รวมเวลาคร่าวๆ จากเริ่มค้างงวดแรกจนถึงวันที่ถูกยึดจริงมักไม่ต่ำกว่า 4 เดือน การยึดรถโดยไม่มีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้าตามขั้นตอนนี้ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
ขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอ ต้องจ่ายส่วนต่างไหม
เมื่อยึดรถคืนแล้ว ไฟแนนซ์จะนำรถไปขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาหักลบกับยอดหนี้คงเหลือ หากขายได้เงินไม่พอชำระหนี้ที่เหลือ ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชอบส่วนต่างนั้น แต่ภายใต้กติกาที่คุมเข้มขึ้น ผู้เช่าซื้อรับผิดชอบเฉพาะส่วนของเงินต้นที่ยังขาดอยู่เท่านั้น ไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากสัญญาเช่าซื้อรุ่นเก่าที่เคยเรียกเก็บดอกเบี้ยล่วงหน้ารวมไปด้วย ในทางกลับกันหากขายทอดตลาดได้เงินมากกว่ายอดหนี้คงเหลือ ส่วนเกินนั้นไฟแนนซ์ต้องคืนให้ผู้เช่าซื้อ ไม่ใช่ริบไว้เอง
เริ่มผ่อนไม่ไหว ควรทำอย่างไรก่อนถูกยึด
- ติดต่อไฟแนนซ์เจรจาทันทีที่รู้ว่าจะจ่ายงวดถัดไปไม่ทัน อย่ารอจนค้างครบ 3 งวด เพราะบางเจ้ามีโครงการปรับโครงสร้างหนี้หรือยืดระยะเวลาผ่อนให้
- พิจารณาขายรถเองก่อนถูกยึด เพราะมักได้ราคาดีกว่าขายทอดตลาด ทำให้เหลือหนี้ส่วนต่างน้อยกว่าหรือไม่มีเลย
- ตรวจสอบว่าค้างกี่งวดแล้วจริง และมีหนังสือแจ้งเตือนถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ก่อนยินยอมคืนรถ
ถูกยึดรถไม่เป็นธรรม ร้องเรียนได้ที่ไหน
หากถูกยึดรถโดยไม่ครบขั้นตอนตามกฎหมาย เช่น ค้างไม่ถึง 3 งวดหรือไม่มีหนังสือแจ้งเตือนล่วงหน้า 30 วัน หรือถูกเรียกเก็บส่วนต่างเกินสิทธิที่กฎหมายกำหนด สามารถร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สายด่วน 1166 หรือปรึกษาสภาองค์กรของผู้บริโภคเพื่อขอความช่วยเหลือด้านกฎหมายเพิ่มเติมได้