กฎหมายการเงิน · อ่าน 6 นาที

ดอกเบี้ยเงินกู้เท่าไหร่
ถึงผิดกฎหมาย?

เขียนโดย ทีมบรรณาธิการคิดให้

กู้เงินแล้วโดนคิดดอกเบี้ยจนงง ตัวเลขไหนคือ "เกินกฎหมายกำหนด" กันแน่ มาเช็กเพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

เงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไป เพดานอยู่ที่ 15% ต่อปี

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจที่มีใบอนุญาต ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดอกเบี้ยส่วนที่เกินอัตรานี้ถือเป็นโมฆะทั้งหมด ไม่ใช่แค่ส่วนที่เกิน กฎหมายถือเสมือนว่าไม่เคยตกลงเรื่องดอกเบี้ยกันเลย ผู้กู้จึงมีหน้าที่ต้องคืนแค่เงินต้นเท่านั้น

อีกจุดที่คนมักมองข้ามคือมาตรา 653 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดว่าการกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทขึ้นไป ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ เจ้าหนี้จะฟ้องร้องบังคับคดีในศาลไม่ได้ หนี้ยังมีอยู่จริงตามกฎหมาย เพียงแต่ฟ้องบังคับให้จ่ายไม่ได้เท่านั้น หลักฐานไม่จำเป็นต้องเป็นสัญญากู้แบบทางการ แชตไลน์หรือข้อความเฟซบุ๊กที่ระบุจำนวนเงินและมีการยอมรับก็อาจใช้เป็นหลักฐานได้เช่นกัน

สินเชื่อที่มีใบอนุญาต เพดานสูงกว่าแต่ยังมีขีดจำกัด

สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับอนุญาตให้คิดดอกเบี้ยสูงกว่า 15% ต่อปีได้ตามประเภทสินเชื่อ เช่น

ตัวเลขเหล่านี้เป็น "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี" (Effective Rate) ซึ่งรวมค่าธรรมเนียม ค่าบริการ และค่าปรับทุกอย่างเข้าไว้ในเพดานเดียวกันแล้ว ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยเปล่าๆ ผู้ให้กู้จึงไม่สามารถหลบเลี่ยงเพดานด้วยการตั้งชื่อค่าธรรมเนียมแยกออกไปได้ อัตราเหล่านี้อาจมีการทบทวนเป็นระยะโดย ธปท. ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดก่อนตัดสินใจกู้ทุกครั้ง นอกจากนี้ ธปท. ยังกำหนดวิธีคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ว่าต้องคิดดอกเบี้ยผิดนัดจากเงินต้นเฉพาะงวดที่ผิดนัดเท่านั้น ห้ามคิดจากเงินต้นคงเหลือทั้งก้อน ซึ่งเคยเป็นวิธีที่ทำให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยผิดนัดสูงเกินจริงมาก่อน

ตารางเพดานดอกเบี้ยทุกประเภทในหน้าเดียว

รวมเพดานดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทไว้ในตารางเดียว เทียบกับเงินกู้นอกระบบทั่วไปที่มักพบจริง:

ประเภทเงินกู้เพดานดอกเบี้ย/ปี
เงินกู้บุคคลทั่วไป (ไม่มีใบอนุญาต)15%
บัตรเครดิต16%
สินเชื่อส่วนบุคคล (P-Loan)25%
นาโนไฟแนนซ์33%
เงินกู้นอกระบบที่พบจริง (ตัวอย่าง 10%/เดือน)~120% (ผิดกฎหมาย)

เห็นได้ชัดจากตารางว่าเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยรายเดือนแบบ "ร้อยละ 10 ต่อเดือน" ซึ่งเป็นเรตที่พบได้บ่อยในเงินกู้นอกระบบ สูงกว่าเพดานสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต (นาโนไฟแนนซ์ 33% ต่อปี) ถึงเกือบ 4 เท่า และสูงกว่าเพดานเงินกู้บุคคลทั่วไป (15% ต่อปี) ถึง 8 เท่า ไม่มีความคลุมเครือใดๆ ว่าผิดกฎหมาย

สังเกตอย่างไรว่าเป็นเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย

เงินกู้นอกระบบมักคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันหรือรายเดือนในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก เช่น ร้อยละ 20 ต่อเดือน (เทียบเท่าประมาณ 240% ต่อปี) ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายชัดเจน สัญญาณอื่นที่ควรระวังนอกจากอัตราดอกเบี้ยคือ

โดนคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา แจ้งได้ที่ไหน

หากพบว่าถูกเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด สามารถแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท. สายด่วน 1213 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 หากถูกข่มขู่คุกคามร่วมด้วยควรแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ทันที เพราะเข้าข่ายความผิดอาญาฐานอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากความผิดเรื่องดอกเบี้ยเกินอัตรา สำหรับผู้ที่มีหนี้นอกระบบสะสมหลายก้อนจนจัดการเองไม่ไหว ยังมีโครงการ "คลินิกแก้หนี้" ที่ ธปท. ร่วมกับสถาบันการเงินของรัฐจัดตั้งขึ้น ช่วยไกล่เกลี่ยและปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบให้กลับมาอยู่ในอัตราที่ถูกกฎหมายได้เช่นกัน

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยจริง

สมมติกู้เงินนอกระบบ 50,000 บาท ตกลงดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน แบบคิดจากเงินต้นทุกเดือน (ไม่ทบต้น) เท่ากับต้องจ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 5,000 บาท หากผ่อนแบบนี้ 1 ปีเต็มโดยยังไม่ได้คืนเงินต้นเลย จะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมทั้งปี 60,000 บาท คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงถึง 120% ต่อปี ในขณะที่กฎหมายกำหนดเพดานเงินกู้บุคคลทั่วไปไว้เพียง 15% ต่อปี หรือประมาณ 7,500 บาทต่อปีสำหรับเงินต้นก้อนเดียวกัน เท่ากับดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจริงเกินเพดานกฎหมายไปกว่า 8 เท่า

เทียบกับสินเชื่อถูกกฎหมายอย่าง P-Loan ที่เพดาน 25% ต่อปี กู้เงินต้น 50,000 บาทเท่ากัน ดอกเบี้ยสูงสุดที่เรียกเก็บได้ตลอดปีจะอยู่ที่ไม่เกิน 12,500 บาท (คำนวณแบบลดต้นลดดอกจริงจะน้อยกว่านี้ เพราะเงินต้นทยอยลดลงทุกเดือน) ต่างจากตัวอย่างเงินกู้นอกระบบข้างต้นอย่างชัดเจน การลองคำนวณเทียบแบบนี้ก่อนตัดสินใจกู้จะช่วยให้เห็นภาพว่าดอกเบี้ยที่ถูกเสนอมานั้นผิดกฎหมายชัดเจนแค่ไหน

ข้อผิดพลาดที่คนกู้เงินมักเข้าใจผิด

หลายคนสับสนระหว่าง "ดอกเบี้ยคงที่" (Flat Rate) ที่คิดจากเงินต้นเดิมตลอดสัญญา กับ "ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก" (Effective Rate) ที่คิดจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่โฆษณาแบบ Flat Rate มักดูต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เช่น ดอกเบี้ยคงที่ 8% ต่อปี เมื่อแปลงเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจสูงถึง 14-15% ต่อปี จึงควรถามหาตัวเลข "อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี" หรือ Effective Rate เสมอ แทนที่จะดูแค่ตัวเลขที่โฆษณาไว้หน้าใบปลิว

อีกความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่ากู้เงินกันเองระหว่างญาติหรือคนรู้จักโดยไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรจะไม่มีผลทางกฎหมายใดๆ ทั้งที่ในความเป็นจริงหนี้ยังผูกพันอยู่ เพียงแต่ฝ่ายเจ้าหนี้จะฟ้องบังคับคดีลำบากขึ้นหากไม่มีหลักฐานตามมาตรา 653 บางคนจึงเสียเปรียบเพราะทำสัญญาปากเปล่าไว้ทั้งสองฝ่าย ทำให้พิสูจน์จำนวนเงินต้นและดอกเบี้ยที่ตกลงกันจริงได้ยากเมื่อเกิดข้อพิพาท

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม: กู้เงินนอกระบบไปแล้วจ่ายดอกเบี้ยเกินอัตรากฎหมายไปเยอะ ขอเงินคืนได้ไหม
คำตอบ: ดอกเบี้ยส่วนที่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดถือเป็นโมฆะ แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักให้นำดอกเบี้ยที่จ่ายเกินไปแล้วไปหักออกจากเงินต้นที่ยังค้างอยู่ได้ แทนที่จะถือว่าจ่ายดอกเบี้ยไปแล้วจบเลย ควรปรึกษาสายด่วน 1213 หรือหน่วยงานให้คำปรึกษากฎหมายเพื่อดูแนวทางเฉพาะกรณีของตัวเอง

คำถาม: ดอกเบี้ยที่ตกลงกันไว้ในสัญญาสูงกว่ากฎหมาย แต่เซ็นสัญญาไปแล้ว ต้องจ่ายตามสัญญาไหม
คำตอบ: ไม่ต้องจ่ายส่วนที่เกินอัตรากฎหมาย แม้จะเซ็นยินยอมในสัญญาไว้แล้วก็ตาม เพราะกฎหมายเรื่องเพดานดอกเบี้ยเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน คู่สัญญาตกลงกันให้ขัดกฎหมายไม่ได้ ข้อตกลงส่วนดอกเบี้ยเกินอัตราจึงเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ

คำถาม: กู้เงินจากแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ ต่างจากเงินกู้นอกระบบทั่วไปไหม
คำตอบ: ต้องเช็กก่อนว่าแอปนั้นได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจาก ธปท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากเป็นแอปที่ไม่มีใบอนุญาต แม้จะดูมีระบบทันสมัยก็ยังถือเป็นเงินกู้นอกระบบที่ต้องอยู่ภายใต้เพดาน 15% ต่อปีเช่นเดียวกับการกู้เงินบุคคลทั่วไป และมักมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในเครื่องโทรศัพท์เพื่อใช้ข่มขู่ทวงหนี้ด้วย

คำถาม: ค้ำประกันให้เพื่อนกู้เงินนอกระบบ ต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยส่วนเกินด้วยหรือไม่
คำตอบ: ผู้ค้ำประกันรับผิดตามขอบเขตของหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากดอกเบี้ยส่วนใดเป็นโมฆะเพราะเกินอัตรากฎหมาย ผู้ค้ำประกันก็ไม่ต้องรับผิดในส่วนนั้นเช่นเดียวกับผู้กู้หลัก แต่ยังต้องรับผิดในเงินต้นและดอกเบี้ยส่วนที่ไม่เกินอัตรากฎหมายตามปกติ